EVENT & EVENT MANAGEMENT PERFORMANCE MARKETING

Performance Marketing สำหรับธุรกิจ Event จาก Inquiry ไปถึงงานที่ปิดได้จริง

ธุรกิจอีเวนต์รับงานพร้อมกันได้จำกัดและผูกกับวันจัดงานที่ตายตัว Triple A Marketing จึงเชื่อม Media, Content, Brief และข้อมูลจากทีมขาย เพื่อให้รู้ว่า Inquiry แบบไหนกลายเป็นงานที่ปิดได้

ทำไม Performance Marketing สำหรับธุรกิจอีเวนต์ จึงไม่ควรวัดผลแค่จำนวนคนถามราคา?

เพราะการทำใบเสนอราคาหนึ่งงานใช้เวลาทีมหลายชั่วโมง และงานที่วันชนกับงานเดิมก็รับไม่ได้ ต่อให้ลูกค้าอยากจ้างก็ตาม

รับงานพร้อมกันได้จำกัด

ต่างจากธุรกิจที่ขายของได้ไม่จำกัด ทีมอีเวนต์ทำงานได้ทีละไม่กี่งานในช่วงเวลาเดียวกัน การเติม Inquiry ให้มากขึ้นจึงไม่ได้แปลว่ารายได้เพิ่ม ถ้าคิวเต็มอยู่แล้ว

วันจัดงานเป็นตัวตัดสินที่แก้ไม่ได้

ลูกค้าที่งบตรงและชอบผลงาน อาจจบตรงที่วันไม่ว่าง ข้อมูลวันจัดงานจึงต้องถามตั้งแต่แชทแรก ไม่ใช่หลังทำใบเสนอราคาไปแล้ว

ประเภทงานเปลี่ยนทุกอย่าง

งานแต่ง งานเปิดตัวสินค้า และงานประชุมองค์กร มีคนตัดสินใจ กระบวนการอนุมัติ และช่วงเวลาวางแผนต่างกันสิ้นเชิง คอนเทนต์ชุดเดียวจึงตอบไม่ได้ทั้งหมด

ตัวเลขที่ขาดคือ Brief ไหนกลายเป็นงาน

Ads Manager บอกได้แค่ว่ามีคนทักกี่ราย แต่บอกไม่ได้ว่ารายไหนส่ง Brief ครบ รายไหนได้ใบเสนอราคา และรายไหนยืนยันจ้าง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ตัดสินว่าควรเติมงบตรงไหน

Triple A Marketing วาง Performance Marketing สำหรับธุรกิจอีเวนต์อย่างไร?

MEDIA CONTENT BRIEF PROPOSAL CONFIRM EVENT

Media

แยกแคมเปญตามประเภทงาน เพราะคนหาออร์แกไนเซอร์งานแต่งกับฝ่ายจัดซื้อที่หาผู้จัดงานประชุมองค์กร เป็นคนละกลุ่มและใช้ช่องทางคนละแบบ พร้อมวางงบตามฤดูกาลของแต่ละประเภทงาน

Content

ใช้ผลงานจริงที่ใกล้เคียงกับประเภทงานของกลุ่มเป้าหมายเป็นตัวนำ พร้อมบอกช่วงงบและขนาดงานที่รับ เพื่อคัดคนที่งบไม่ตรงออกก่อนทัก

Brief

เก็บสี่อย่างตั้งแต่แชทแรก คือประเภทงาน วันจัดงาน จำนวนผู้ร่วมงาน และช่วงงบ เพราะสี่อย่างนี้ตัดสินได้ทันทีว่าควรทำใบเสนอราคาให้หรือไม่

Proposal & Confirm

ติดตามว่า Brief ไหนได้ใบเสนอราคา และรายไหนยืนยันจ้าง แล้วนำกลับมาปรับว่าแคมเปญไหนพางานที่มูลค่าสูงและวันตรงเข้ามา

เป้าหมายจึงไม่ใช่การทำให้มีคนถามราคามากที่สุด แต่คือการเติมคิวที่ยังว่างด้วยงานที่วันตรงและงบตรง

บรรยากาศธุรกิจกลุ่มการตลาดธุรกิจอีเวนต์ จาก Inquiry ไปถึงงานที่ปิดได้จริง
WHAT WE WOULD LOOK AT FIRST

ถ้าเริ่มงานกับธุรกิจอีเวนต์ เราจะเข้าไปดูอะไรก่อน

Triple A Marketing ดูแลธุรกิจกลุ่มนี้อยู่ แต่ยังไม่มีเคสที่ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวเลข จึงขอแสดงสิ่งที่ทีมจะเข้าไปตรวจในรอบแรกแทน

ปฏิทินคิวงานย้อนหลังหนึ่งปี

เพื่อดูว่าช่วงไหนคิวเต็มและช่วงไหนว่าง งบควรไปเติมช่วงที่ว่าง ไม่ใช่ช่วงที่งานล้นอยู่แล้ว

สัดส่วนจากทักเป็น Brief ครบ และจาก Brief เป็นงาน

ถ้าคนทักเยอะแต่ Brief ไม่ครบ ปัญหาอยู่ที่คำถามคัดกรอง ไม่ใช่ที่โฆษณา

เหตุผลที่งานไม่ปิด

ต้องแยกให้ออกระหว่างวันไม่ว่าง งบไม่ตรง และแพ้คู่แข่ง เพราะสามอย่างนี้แก้คนละทาง

ผลงานที่มีครอบคลุมประเภทงานที่อยากได้เพิ่มหรือยัง

ถ้าอยากได้งานองค์กรแต่ผลงานที่โชว์มีแต่งานแต่ง คนที่หาผู้จัดงานองค์กรจะไม่มั่นใจ

คำถามที่พบบ่อย

ธุรกิจอีเวนต์ควรยิงแอด Facebook หรือ Google?

ขึ้นกับประเภทงาน งานแต่งและงานส่วนบุคคลมักได้ผลดีจาก Facebook, Instagram และ TikTok เพราะคนเลือกจากภาพผลงานและบรรยากาศ ส่วนงานองค์กรและงานแสดงสินค้ามักมาจาก Google เพราะฝ่ายจัดซื้อค้นหาด้วยคำเฉพาะทาง เช่นชื่อประเภทงานบวกพื้นที่ ธุรกิจที่รับทั้งสองแบบควรแยกแคมเปญ ไม่ควรใช้ชุดเดียวกัน

ควรถามอะไรตั้งแต่แชทแรก?

สี่อย่างที่ตัดสินได้ทันทีว่าควรทำใบเสนอราคาให้หรือไม่ คือประเภทงาน วันจัดงาน จำนวนผู้ร่วมงาน และช่วงงบ โดยเฉพาะวันจัดงานที่ต้องถามก่อน เพราะถ้าคิวไม่ว่างก็จบตั้งแต่ต้น ไม่ต้องเสียเวลาทั้งสองฝ่าย การถามสี่ข้อนี้ยังทำให้ใบเสนอราคาที่ส่งไปตรงกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการมากขึ้นด้วย

ควรบอกราคาในโฆษณาไหม?

ควรบอกเป็นช่วงงบหรืองบเริ่มต้นของงานที่รับ ไม่ต้องบอกราคาเต็ม เพราะงานอีเวนต์ไม่มีราคามาตรฐาน การบอกช่วงงบช่วยคัดคนที่งบไม่ตรงออกก่อนทัก ซึ่งประหยัดเวลาทีมมาก โดยเฉพาะธุรกิจที่ทำใบเสนอราคาละเอียดและใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อหนึ่งงาน

ช่วงนอกฤดูกาลควรทำการตลาดอย่างไร?

ช่วงที่คิวว่างคือช่วงที่ควรใช้งบมากที่สุด ไม่ใช่ช่วงที่งานล้น เพราะการเติม Inquiry ในช่วงที่คิวเต็มอยู่แล้วไม่ได้เพิ่มรายได้ อีกทางคือใช้ช่วงนอกฤดูกาลผลิตคอนเทนต์จากงานที่เพิ่งจบ เพื่อเก็บไว้ใช้ในช่วงที่คนเริ่มหาผู้จัดงานรอบถัดไป ซึ่งมักเริ่มก่อนวันงานจริงหลายเดือน

ควรวัดผลด้วยตัวเลขอะไร?

อย่างน้อยสามตัว คือสัดส่วนที่ส่ง Brief ครบทั้งสี่ข้อ สัดส่วนที่ได้รับใบเสนอราคาแล้วยืนยันจ้าง และมูลค่ารวมของงานที่ปิดได้ต่อเดือน จำนวนคนทักอย่างเดียวใช้ตัดสินใจไม่ได้ เพราะไม่ได้บอกว่าคิวที่ว่างถูกเติมหรือไม่

บริการที่ใช้กับธุรกิจกลุ่มนี้

01

บริหารโฆษณา Facebook และ Instagram แบบ Full-Funnel

เราวางแคมเปญ Facebook และ Instagram แบบ Full-Funnel คือแยกแคมเปญสร้างการรับรู้ออกจากแคมเปญปิดการขาย แล้วใช้ระบบงบประมาณและการทดสอบที่เหมาะกับแต่ละชั้น…

02

บริหาร Google Ads เพื่อเข้าถึง Demand ในจังหวะที่ลูกค้ากำลังค้นหา

Google ต่างจากโซเชียลตรงที่ลูกค้ากำลังค้นหาอยู่แล้ว ความต้องการจึงชัดเจนกว่า Triple A Marketing เลือกใช้รูปแบบแคมเปญตาม Objective ของธุรกิจ ทั้ง Searc…

03

ผลิต Creative ที่ออกแบบจาก Business Goal ไม่ใช่แค่ความสวย

Triple A Marketing เริ่มงาน Creative จากคำถามว่าลูกค้าต้องเห็นอะไรถึงจะกล้าตัดสินใจ ไม่ใช่เริ่มจากว่าจะทำอะไรให้สวย เราวาง Message, Hook, Proof และ CT…

04

บริหาร KOL และ Influencer Marketing ตั้งแต่คัดคนจนถึงวัดผล

ปัญหาที่ทำให้แคมเปญ Influencer ล้มเหลวบ่อยที่สุดคือเลือกคนผิด เพราะดูแค่ยอดผู้ติดตาม เราคัดเลือกจากความเหมาะสมกับแบรนด์และคุณภาพของผู้ติดตาม แล้วดูแลต…

ให้ทีม Strategy วาง Scope ให้ชัดก่อนเริ่ม

ส่งข้อมูลธุรกิจและเป้าหมายให้ทีม Strategy ของ Triple A Marketing ทีมจะวิเคราะห์ Funnel ระบุจุดที่ควรแก้ และวาง Scope การทำงานให้ชัดก่อนเริ่ม