บริหารโฆษณา Facebook และ Instagram แบบ Full-Funnel
เราวางแคมเปญ Facebook และ Instagram แบบ Full-Funnel คือแยกแคมเปญสร้างการรับรู้ออกจากแคมเปญปิดการขาย แล้วใช้ระบบงบประมาณและการทดสอบที่เหมาะกับแต่ละชั้น วัดผลกันที่ ROAS และต้นทุนต่อผลลัพธ์ ไม่ใช่ยอดเข้าถึงหรือยอดไลก์
ธุรกิจส่วนใหญ่ที่มาหาเราเคยยิงแอดเองมาก่อน และปัญหาที่เจอเหมือนกันเกือบทุกราย คือยอดเข้าถึงดูดี ยอดไลก์ดูดี แต่พอถามว่าเดือนนี้แอดสร้างยอดขายกี่บาท กลับตอบไม่ได้ เราเริ่มงานจากการตั้งระบบวัดผลให้ถูกก่อน แล้วค่อยเร่งงบ เพราะการเร่งงบบนระบบวัดผลที่ผิด คือการจ่ายเงินเพื่อซื้อตัวเลขที่ไม่มีความหมาย
สิ่งที่คุณจะได้รับ
- วางโครงสร้างแคมเปญแบบ Full-Funnel แยกชั้นสร้างการรับรู้ ออกจากชั้นปิดการขายและรีทาร์เก็ตติ้ง
- แบ่งกลุ่มเป้าหมายเป็นชั้น ทั้งคนที่ยังไม่รู้จักแบรนด์ คนที่เคยดู คนที่เคยมีส่วนร่วม และคนที่ใส่ตะกร้าแต่ยังไม่ซื้อ
- บริหารงบทั้งระดับ Campaign และ Ad Set ตามข้อมูลและเป้าหมายของแต่ละแคมเปญ
- ทดสอบเพื่อรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายและครีเอทีฟไหนควรได้งบเพิ่ม ไม่ใช่ทดสอบเพื่อหาผู้ชนะอย่างเดียว
- ออกแบบครีเอทีฟจากโจทย์ของลูกค้า และวางช่วงเปิดให้คนหยุดดูก่อนเลื่อนผ่าน
- ทดสอบ Creative, Message และ Format หลายรูปแบบ เพื่อหาชุดที่สร้างผลลัพธ์ดีที่สุด
- รายงานผลที่บอกทั้ง CTR, ROAS, CPA และเหตุผลว่าทำไมตัวเลขถึงเป็นแบบนั้น
เหมาะกับใคร
- ธุรกิจที่เคยยิงแอดเองแล้วต้นทุนต่อลูกค้าสูงขึ้นเรื่อย ๆ
- แบรนด์ที่มีสินค้าดีอยู่แล้ว แต่ยังหาวิธีขยายให้คุ้มไม่เจอ
- ธุรกิจที่ต้องการรู้ตัวเลขจริง ไม่ใช่แค่รายงานสวย ๆ
ขั้นตอนการทำงาน
สัปดาห์ที่ 1 — เข้าใจและตั้งระบบ
คุยเรื่องสินค้า กลุ่มลูกค้า กำไรต่อออเดอร์ และเป้าหมาย จากนั้นตรวจและตั้งระบบวัดผลให้ถูกต้องก่อนเริ่มใช้งบ
สัปดาห์ที่ 2 — ทดสอบ
เริ่มด้วยงบทดสอบเพื่อหาว่ากลุ่มเป้าหมายไหนและครีเอทีฟแบบไหนตอบสนองดีที่สุด ช่วงนี้ยังไม่ควรคาดหวังผลลัพธ์เต็มที่
สัปดาห์ที่ 3-4 — ขยายผล
เพิ่มงบไปที่ชุดโฆษณาที่ได้ผล ตัดชุดที่ไม่ได้ผลออก และทำครีเอทีฟชุดใหม่ต่อยอดจากตัวที่ชนะ
เดือนที่ 2 เป็นต้นไป — ทำให้ยั่งยืน
ควบคุมต้นทุนต่อผลลัพธ์ให้อยู่ในเป้า พร้อมเติมครีเอทีฟใหม่สม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้กลุ่มเป้าหมายเบื่อและต้นทุนสูงขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
ยิงแอด Facebook ควรเริ่มด้วยงบเท่าไหร่
สำหรับธุรกิจส่วนใหญ่ในไทย งบทดสอบที่พอจะได้ข้อมูลมาตัดสินใจอยู่ที่ประมาณ 300 ถึง 500 บาทต่อวันในเดือนแรก เพราะระบบต้องการปริมาณข้อมูลระดับหนึ่งถึงจะเรียนรู้ได้ ถ้าใช้งบต่ำกว่านี้มาก ระบบจะใช้เวลานานกว่าจะหากลุ่มเป้าหมายที่ใช่เจอ และคุณจะสรุปผลไม่ได้สักที ตัวเลขที่เหมาะสมจริง ๆ ขึ้นกับราคาสินค้าและกำไรต่อออเดอร์ ซึ่งเราคำนวณให้ตอนคุยกัน
ต้องเซ็นสัญญาผูกมัดกี่เดือน
เราแนะนำอย่างน้อย 3 เดือน ไม่ใช่เพื่อผูกมัดคุณ แต่เพราะเดือนแรกเกือบทั้งเดือนคือการทดสอบและเก็บข้อมูล ผลลัพธ์ที่นิ่งพอจะตัดสินใจได้มักเห็นชัดในเดือนที่ 2 ถึง 3 การประเมินเอเจนซี่จากผลเดือนแรกเดือนเดียวจึงมักทำให้ตัดสินใจผิด
ค่าบริการรวมค่าโฆษณาด้วยหรือไม่
ไม่รวมค่ะ ค่าบริการของเราคือค่าดูแลและบริหารแคมเปญ ส่วนค่าโฆษณาคุณจ่ายให้ Meta โดยตรงผ่านบัญชีโฆษณาของคุณเอง วิธีนี้ทำให้คุณเห็นตัวเลขจริงทุกบาทและเป็นเจ้าของข้อมูลทั้งหมด ถ้าวันหนึ่งเลิกใช้บริการเรา บัญชีและข้อมูลยังเป็นของคุณ
ถ้าแอดไม่ผ่านการอนุมัติจะทำอย่างไร
เป็นเรื่องปกติที่เจอได้ โดยเฉพาะกลุ่มสุขภาพ ความงาม และการเงินที่ Meta ตรวจเข้มเป็นพิเศษ เราจะปรับข้อความและภาพให้ผ่านเกณฑ์โดยไม่เสียใจความที่ต้องการสื่อ และในกรณีที่เชื่อว่าระบบตรวจผิดพลาด เราจะยื่นอุทธรณ์ให้
บริการอื่นที่มักทำคู่กัน
บริหาร Google Ads เพื่อเข้าถึง Demand ในจังหวะที่ลูกค้ากำลังค้นหา
Google ต่างจากโซเชียลตรงที่ลูกค้ากำลังค้นหาอยู่แล้ว ความต้องการจึงชัดเจนกว่า Triple A Marketing เลือกใช้รูปแบบแคมเปญตา…
ดูรายละเอียดบริการบริหาร ChatGPT Ads เพื่อเข้าถึงลูกค้าในจังหวะที่กำลังถาม AI เพื่อตัดสินใจ
ChatGPT Ads ต่างจากการซื้อคีย์เวิร์ดตรงที่ระบบจับคู่โฆษณาจากบริบทของบทสนทนา ไม่ใช่จากคำค้นสั้น ๆ งานหลักจึงไม่ใช่การรว…
ดูรายละเอียดบริการบริหาร TikTok Ads พร้อม Creative ที่ออกแบบให้เหมาะกับพฤติกรรมบนแพลตฟอร์ม
แอด TikTok ต่างจาก Facebook ตรงที่คอนเทนต์ต้องดูเหมือนคลิปธรรมดา ไม่ใช่โฆษณา คลิปที่ดูเป็นโฆษณาชัดเจนจะถูกเลื่อนผ่านภา…
ดูรายละเอียดบริการให้ทีม Strategy วาง Scope ให้ชัดก่อนเริ่ม
ส่งข้อมูลธุรกิจและเป้าหมายให้ทีม Strategy ของ Triple A Marketing ทีมจะวิเคราะห์ Funnel ระบุจุดที่ควรแก้ และวาง Scope การทำงานให้ชัดก่อนเริ่ม