Media Performance

บริหาร Google Ads เพื่อเข้าถึง Demand ในจังหวะที่ลูกค้ากำลังค้นหา

Google ต่างจากโซเชียลตรงที่ลูกค้ากำลังค้นหาอยู่แล้ว ความต้องการจึงชัดเจนกว่า Triple A Marketing เลือกใช้รูปแบบแคมเปญตาม Objective ของธุรกิจ ทั้ง Search, Performance Max, YouTube, Display หรือรูปแบบอื่นที่เหมาะกับโจทย์ ไม่ได้เปิดทุกแบบตั้งแต่วันแรก แล้ววัดผลว่าคำค้นและแคมเปญไหนสร้าง Lead ที่ติดต่อได้จริง

ต้นทุนต่อคลิกบน Google มักสูงกว่าโซเชียล แต่ตัวเลขที่ควรใช้ตัดสินใจไม่ใช่ค่าคลิก เป็นต้นทุนต่อ Lead ที่ทีมขายติดต่อได้และปิดการขายได้จริง

สิ่งที่คุณจะได้รับ

  • เลือกรูปแบบแคมเปญตาม Objective ของธุรกิจ ไม่ใช่เปิดครบทุกแบบเพื่อให้ดูครบ
  • จัดกลุ่มคำค้นตามเจตนาซื้อ เพื่อให้งบไปอยู่กับคนที่พร้อมติดต่อ ไม่ใช่คนที่แค่หาข้อมูล
  • ใช้ Audience Signal, First-party Data, Remarketing และ Automated Bidding ตามความเหมาะสมของแต่ละ Campaign
  • ทดสอบเพื่อรู้ว่าคำค้นและข้อความแบบไหนควรเพิ่มงบ ไม่ใช่ทดสอบเพื่อหาผู้ชนะอย่างเดียว
  • ตัดคำค้นที่จ่ายแล้วไม่ได้ลูกค้าออกต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้งบรั่วไปเรื่อย ๆ
  • สำหรับธุรกิจที่มีหน้าร้าน ตั้งค่าให้แคมเปญดึงลูกค้าในพื้นที่เข้ามาได้
  • รายงานที่บอกว่าแคมเปญไหนควรเพิ่มงบ ควรลด และควรหยุด พร้อมเหตุผล

เหมาะกับใคร

  • ธุรกิจที่ลูกค้าค้นหาก่อนซื้อ เช่น อสังหาริมทรัพย์ ศูนย์บริการ และธุรกิจ B2B
  • ธุรกิจที่มีหน้าร้านและอยากดึงลูกค้าในพื้นที่เข้ามา
  • แบรนด์ที่ต้องการเสริมช่องทางนอกเหนือจาก Facebook เพื่อลดความเสี่ยง
  • ธุรกิจที่มี Lead เข้ามาแล้ว แต่ยังตอบไม่ได้ว่าคำค้นไหนสร้างลูกค้าจริง

ขั้นตอนการทำงาน

01

เข้าใจว่าลูกค้าค้นหาอะไรตอนพร้อมซื้อ

หาว่าลูกค้าพิมพ์อะไรจริง ๆ แล้วแยกคำที่พร้อมติดต่อออกจากคำที่แค่หาข้อมูล เพราะสองกลุ่มนี้ควรได้งบไม่เท่ากัน

02

วางโครงสร้างและระบบวัดผลก่อนใช้งบ

จัดกลุ่มคำค้นตามเจตนา และติดตั้งการวัด Conversion ให้ครบก่อนเริ่ม เพราะถ้าวัดไม่ได้ ตัวเลขที่ได้มาจะใช้ตัดสินใจไม่ได้

03

ทดสอบเพื่อหาว่าอะไรควรได้งบต่อ

ช่วงแรกมีคำค้นที่จ่ายแล้วไม่ได้ลูกค้าเสมอ งานคือตัดออกให้เร็ว และหาว่าคำไหนพาคนที่ติดต่อได้จริงเข้ามา

04

ขยายเฉพาะส่วนที่รู้เหตุผลของผลลัพธ์

เพิ่มงบไปที่คำค้นและแคมเปญที่อธิบายได้ว่าทำไมถึงได้ผล พร้อมเฝ้าดูต้นทุนต่อผลลัพธ์ปลายทาง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งโฆษณา

คำถามที่พบบ่อย

Google Ads กับ Facebook Ads ควรเลือกอันไหน

ไม่ใช่คำถามที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะสองช่องทางทำงานคนละจังหวะ Facebook เหมาะกับการสร้างความต้องการในกลุ่มที่ยังไม่ได้กำลังหาอยู่ ส่วน Google เหมาะกับการเก็บคนที่กำลังหาอยู่แล้ว ถ้างบจำกัดและสินค้าเป็นสิ่งที่คนค้นหาอยู่แล้ว เริ่มที่ Google มักคุ้มกว่า แต่ถ้าสินค้าใหม่ที่คนยังไม่รู้ว่ามีอยู่ ต้องเริ่มที่ Facebook หรือ TikTok ก่อน

ควรเปิดแคมเปญทุกรูปแบบพร้อมกันไหม

ไม่ควรค่ะ ถ้างบยังไม่มากพอให้แต่ละแคมเปญเก็บข้อมูลได้จริง การเปิดหลายรูปแบบพร้อมกันจะทำให้ไม่มีแคมเปญไหนมีข้อมูลมากพอจะสรุปได้ว่าอะไรได้ผล Triple A Marketing จึงเริ่มจากรูปแบบที่ใกล้เจตนาซื้อที่สุดก่อน แล้วค่อยขยายเมื่อมีข้อมูลรองรับ

Performance Max คุ้มไหม

คุ้มในบางกรณีค่ะ Performance Max ให้ระบบของ Google กระจายงบข้ามช่องทางเอง ซึ่งทำงานได้ดีเมื่อธุรกิจมีข้อมูล Conversion สะสมมากพอให้ระบบเรียนรู้ แต่ถ้าเพิ่งเริ่มและยังไม่มีข้อมูล มักใช้งบไปกับการทดลองมากกว่าที่ควร เราจึงมักแนะนำให้เริ่มจากแคมเปญที่ควบคุมได้ก่อน แล้วค่อยเพิ่มเมื่อมีฐานข้อมูลแล้ว

บริการอื่นที่มักทำคู่กัน

ให้ทีม Strategy วาง Scope ให้ชัดก่อนเริ่ม

ส่งข้อมูลธุรกิจและเป้าหมายให้ทีม Strategy ของ Triple A Marketing ทีมจะวิเคราะห์ Funnel ระบุจุดที่ควรแก้ และวาง Scope การทำงานให้ชัดก่อนเริ่ม