MEDIA BUDGET

แบ่งงบ Facebook, Google และ TikTok ยังไง เมื่อไม่มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ

ให้เริ่มจากถามว่าลูกค้าของคุณค้นหาสิ่งที่คุณขายอยู่แล้วหรือไม่ ถ้ามีคนพิมพ์ค้นหาอยู่แล้ว ให้เริ่มที่ Google ก่อนเพราะเป็นการไปรับคนที่ตั้งใจซื้ออยู่แล้ว ถ้าลูกค้ายังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการ ให้เริ่มที่ Facebook หรือ TikTok เพราะต้องสร้างความอยากก่อน และถ้างบยังไม่ถึงหลักแสนต่อเดือน ให้ลงแพลตฟอร์มเดียวให้ชนะก่อน อย่าเพิ่งแบ่งสามทาง

เขียนโดย Itim Jirasuta Content Creator

เผยแพร่ 15 สิงหาคม 2569

แบ่งงบ Facebook, Google และ TikTok ยังไง เมื่อไม่มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ

คำถามเรื่องแบ่งงบมักจบลงที่คำตอบแบบสูตรสำเร็จ เช่นแบ่ง 50-30-20 หรือแบ่งเท่ากันสามทางแล้วดูว่าอันไหนดี

ทั้งสองวิธีมีปัญหาเดียวกันคือ ตัดสินใจโดยไม่ได้ดูว่าลูกค้าของคุณหาของแบบไหน บทความนี้เสนอวิธีคิดที่ใช้ตัดสินใจได้จริงแทน

แพลตฟอร์มไม่ได้แข่งกัน มันทำคนละหน้าที่

ความเข้าใจผิดที่ทำให้แบ่งงบผิดตั้งแต่ต้น คือคิดว่าแพลตฟอร์มทั้งหมดทำสิ่งเดียวกันแล้วเลือกอันที่ถูกที่สุด ความจริงคือมันทำงานคนละจังหวะของการตัดสินใจ

มือถือที่หน้าจอแสดงไอคอนแอปโซเชียลหลายตัว
คนคนเดียวใช้หลายแพลตฟอร์มในวันเดียว แต่เปิดแต่ละแอปด้วยความตั้งใจที่ต่างกัน

Google คือการไปรับคนที่กำลังหา คนพิมพ์ว่า “รับติดตั้งกันสาดชลบุรี” คือคนที่รู้แล้วว่าต้องการอะไร เหลือแค่เลือกว่าจะซื้อกับใคร งานของโฆษณาตรงนี้คือไปปรากฏตัวตอนเขากำลังเลือก

Facebook, Instagram และ TikTok คือการไปสร้างความอยาก คนที่เลื่อนฟีดไม่ได้กำลังหาของ งานของโฆษณาตรงนี้คือทำให้เขาหยุดและสนใจในสิ่งที่เมื่อกี้ยังไม่ได้คิดถึง

ความต่างนี้อธิบายเรื่องที่หลายคนสงสัย คือทำไม Google มักได้ Lead แพงกว่าแต่ปิดง่ายกว่า ส่วนโซเชียลได้ Lead ถูกกว่าแต่ต้องตามเยอะกว่า ไม่ใช่ว่าอันไหนดีกว่า แต่คนที่ได้มาอยู่คนละจุดของการตัดสินใจ

คำถามเดียวที่ใช้ตัดสินใจได้

ก่อนแบ่งงบ ให้ตอบคำถามนี้ก่อน

ผู้ชายเอเชียกำลังเขียนแผนบนกระดานในออฟฟิศ
เริ่มจากเขียนว่าลูกค้าตัดสินใจซื้อจากอะไร แล้วค่อยเลือกแพลตฟอร์ม ไม่ใช่เริ่มจากแบ่งเปอร์เซ็นต์

ลูกค้าของคุณรู้ตัวหรือยังว่าต้องการสิ่งที่คุณขาย

ถ้าตอบว่ารู้แล้วและกำลังหาอยู่ เช่นซ่อมแอร์ ทำฟัน ต่อประกัน หาคอนโดใกล้รถไฟฟ้า ให้เริ่มที่ Google เพราะมีคนพิมพ์ค้นหาอยู่ทุกวันโดยที่คุณไม่ต้องสร้างความต้องการเอง

ถ้าตอบว่ายังไม่รู้ เช่นเสื้อผ้าแบรนด์ใหม่ ขนมที่เพิ่งวางขาย บริการที่คนยังไม่เคยได้ยิน ให้เริ่มที่ Facebook หรือ TikTok เพราะไม่มีใครพิมพ์ค้นหาสิ่งที่ยังไม่รู้ว่ามีอยู่

วิธีตรวจสอบง่าย ๆ ว่าคนหาอยู่จริงหรือเปล่า คือเปิดเครื่องมือวางแผนคำค้นหาของ Google แล้วดูปริมาณการค้นหาของคำที่เกี่ยวกับสินค้าคุณ ถ้าตัวเลขเป็นศูนย์หรือเกือบศูนย์ แปลว่าคำตอบคือยังไม่รู้

ถ้างบยังไม่มาก อย่าเพิ่งแบ่งหลายทาง

นี่คือข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุด ธุรกิจที่มีงบเดือนละสามหมื่น แบ่งเป็นสามแพลตฟอร์มละหมื่น เพราะอยากรู้ว่าอันไหนดีที่สุด

ผลที่ได้คือแต่ละแพลตฟอร์มมีข้อมูลน้อยเกินกว่าจะสรุปอะไรได้ ระบบโฆษณาทุกเจ้าต้องการผลลัพธ์จำนวนหนึ่งก่อนถึงจะเรียนรู้ได้ว่าควรไปหาใคร งบที่ถูกซอยจนเล็กเกินไปทำให้ทุกแพลตฟอร์มติดอยู่ในช่วงเรียนรู้ตลอดเวลา และตัวเลขที่เห็นไม่ใช่ผลจริงสักอัน

เกณฑ์ที่ใช้ได้คือ ให้แพลตฟอร์มแรกได้ผลลัพธ์ที่ต้องการอย่างน้อยหลักสิบครั้งต่อสัปดาห์ก่อน ถึงค่อยเปิดแพลตฟอร์มที่สอง

ลำดับที่แนะนำคือ

  1. ลงแพลตฟอร์มเดียวให้ชนะก่อน เลือกจากคำถามข้างบน
  2. เมื่อคุมต้นทุนต่อผลลัพธ์ได้นิ่งแล้ว ค่อยกันงบ 20-30 เปอร์เซ็นต์ไปทดสอบแพลตฟอร์มที่สอง
  3. ถ้าแพลตฟอร์มที่สองทำได้ดี ค่อยขยับสัดส่วน ถ้าไม่ดีก็ดึงงบกลับ ไม่ต้องฝืน

เรื่องที่คนมองข้าม งบไม่ได้มีแค่ค่าสื่อ

หลายธุรกิจแบ่งงบผิดเพราะลืมว่าแต่ละแพลตฟอร์มกินต้นทุนคนละแบบ ไม่ใช่แค่ค่าโฆษณา

แพลตฟอร์มต้นทุนแฝงที่ต้องเผื่อ
Google Searchค่าทำหน้าปลายทางให้ตรงกับคำค้นหา
Facebook / Instagramค่าผลิตภาพและวิดีโอ ต้องเปลี่ยนบ่อยเพราะคนเห็นซ้ำแล้วเบื่อ
TikTokค่าผลิตวิดีโอที่สูงที่สุดในสามเจ้า และอายุการใช้งานสั้นที่สุด

ถ้าตั้งงบ TikTok ไว้เดือนละสองหมื่นแต่ไม่ได้กันงบผลิตวิดีโอไว้เลย สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือใช้วิดีโอเดิมซ้ำจนคนเลื่อนผ่าน แล้วสรุปว่า TikTok ไม่เวิร์กกับธุรกิจเรา ทั้งที่ปัญหาคือไม่มีของใหม่ให้ยิง

อย่าตัดสินแพลตฟอร์มด้วยตัวเลขคนละชนิด

เมื่อยิงหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน สิ่งที่ต้องระวังคือการเทียบด้วยตัวเลขที่แต่ละเจ้ารายงานมา เพราะวิธีนับไม่เหมือนกัน

แพลตฟอร์มหนึ่งอาจนับว่าตัวเองทำให้เกิดยอดขาย ทั้งที่ลูกค้าคนนั้นเห็นโฆษณาจากอีกแพลตฟอร์มก่อนแล้ว ถ้าเอาตัวเลขที่แต่ละเจ้าเคลมมาบวกกัน มักได้ยอดมากกว่ายอดขายจริง ซึ่งเป็นสัญญาณว่ากำลังนับซ้ำ

ทางแก้ที่ทำได้จริงโดยไม่ต้องลงระบบซับซ้อน มีสองทาง

ทางแรก ใช้ยอดขายจริงจากระบบหลังบ้านเป็นตัวตั้ง แล้วดูว่าเดือนที่เพิ่มงบแพลตฟอร์มไหน ยอดรวมขยับตามหรือไม่ วิธีนี้หยาบแต่ไม่โกหก

ทางที่สอง ถามลูกค้าตอนติดต่อเข้ามา ว่ารู้จักเราจากไหน คำตอบไม่แม่นร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะคนจำผิดได้ แต่ใช้ประกอบกับตัวเลขในระบบแล้วเห็นภาพชัดขึ้นมาก

สรุป

  • Google ไปรับคนที่กำลังหา ส่วนโซเชียลไปสร้างความอยาก คนละหน้าที่ ไม่ได้แข่งกัน
  • ถามก่อนว่าลูกค้ารู้ตัวหรือยังว่าต้องการ แล้วเลือกแพลตฟอร์มแรกจากคำตอบนั้น
  • งบน้อยให้ลงทางเดียวให้ชนะก่อน อย่าซอยสามทางจนทุกทางเรียนรู้ไม่ทัน
  • เผื่องบผลิตคอนเทนต์ไว้ด้วย โดยเฉพาะ TikTok ที่วิดีโอหมดอายุเร็วที่สุด
  • อย่าเอาตัวเลขที่แต่ละแพลตฟอร์มเคลมมาบวกกัน ให้ยึดยอดขายจริงเป็นตัวตั้ง

สูตรแบ่งงบที่ดีที่สุดไม่ได้มาจากบทความไหน แต่มาจากข้อมูลของธุรกิจคุณเองหลังจากยิงไปสองสามเดือน สิ่งที่บทความนี้ทำได้คือช่วยให้เดือนแรกไม่เสียเปล่า

เขียนโดย

Itim Jirasuta

Content Creator ประสบการณ์กว่า 2 ปี

มีประสบการณ์ด้าน Content Marketing และ Creative Performance กว่า 2 ปีที่ Triple A Marketing ดูแลคอนเทนต์และสคริปต์วิดีโอให้กับแคมเปญในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจหลากหลายประเภท พร้อมวิเคราะห์ผลแคมเปญร่วมกับ Media Buyer เพื่อพัฒนาครีเอทีฟที่สร้าง Lead และนำไปต่อยอดทางการขายได้จริง

สนใจเทคโนโลยี IT, AI และเครื่องมือดิจิทัล โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับการทำงาน การตลาด และชีวิตประจำวัน ปัจจุบันเขียนและศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับ Digital Marketing, Content, AI Tools และเทคโนโลยีสำหรับการทำงาน นอกจากนี้ยังสนใจเกมออนไลน์และการสตรีมเกม ซึ่งเป็นอีกพื้นที่ที่ใช้ติดตามพฤติกรรมและวัฒนธรรมของผู้ใช้งานในโลกดิจิทัล

บทความทั้งหมดของ Itim Jirasuta

คำถามที่พบบ่อย

งบเท่าไหร่ถึงควรเริ่มยิงมากกว่าหนึ่งแพลตฟอร์ม

ให้ดูที่ว่าแพลตฟอร์มแรกได้ข้อมูลพอตัดสินใจแล้วหรือยัง ไม่ใช่ดูที่ตัวเลขงบอย่างเดียว เกณฑ์ที่ใช้ได้จริงคือแคมเปญแรกควรได้ผลลัพธ์ที่ต้องการอย่างน้อยหลักสิบครั้งต่อสัปดาห์ก่อน ถึงจะรู้ว่าอะไรได้ผลอะไรไม่ได้ผล ถ้าแบ่งงบก้อนเดิมเป็นสามทางตั้งแต่แรก แต่ละทางจะได้ข้อมูลน้อยเกินกว่าจะสรุปอะไรได้ สุดท้ายคือเสียเงินสามทางโดยไม่ได้คำตอบสักทาง

TikTok เหมาะกับธุรกิจแบบไหน

เหมาะกับสินค้าหรือบริการที่อธิบายด้วยภาพเคลื่อนไหวแล้วเข้าใจทันที และเป็นของที่คนตัดสินใจได้เร็วโดยไม่ต้องเทียบหลายเจ้า ส่วนธุรกิจที่ดีลมูลค่าสูงและต้องนัดคุยก่อน TikTok มักทำหน้าที่สร้างการรับรู้และคัดคนเข้ามาต้นทาง มากกว่าจะเป็นช่องทางที่ปิดการขายเองได้ ซึ่งไม่ได้แปลว่าไม่ควรใช้ แต่ต้องวัดผลคนละแบบกับช่องทางที่ปิดจบในตัว

ควรย้ายงบระหว่างแพลตฟอร์มบ่อยแค่ไหน

ไม่ควรย้ายถี่กว่าสัปดาห์ละครั้ง เพราะระบบโฆษณาต้องใช้เวลาเก็บข้อมูลก่อนจะหาคนได้แม่น การย้ายงบทุกสองสามวันทำให้ระบบเริ่มนับหนึ่งใหม่ตลอด และตัวเลขที่เห็นก็เป็นช่วงเรียนรู้ซึ่งยังไม่ใช่ผลจริง รอบที่พอดีคือทบทวนทุกสัปดาห์ แล้วปรับจริงจังเดือนละครั้ง

Related Insights

MARKETPLACE

YouTube Shopping ในไทยคืออะไร แบรนด์ควรเริ่มตรงไหน

YouTube Shopping เปิดในไทยโดยจับมือกับ Shopee ให้ครีเอเตอร์ติดสินค้าในคลิปแล้วรับค่าคอมมิชชั่น บทความนี้สรุปเงื่อนไขจริงและสิ่งที่แบรนด์ควรเตรียม

23 สิงหาคม 2569

กลุ่มเป้าหมาย

Gen Beta คือใคร และตอนนี้ธุรกิจควรทำอะไรกับเรื่องนี้

Gen Beta คือคนที่เกิดตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป ซึ่งตอนนี้ยังเป็นเด็กเล็ก บทความนี้อธิบายว่าเรื่องนี้กระทบธุรกิจตรงไหนจริง ๆ และควรลงแรงกับใครก่อน

23 สิงหาคม 2569

ให้ทีม Strategy วาง Scope ให้ชัดก่อนเริ่ม

ส่งข้อมูลธุรกิจและเป้าหมายให้ทีม Strategy ของ Triple A Marketing ทีมจะวิเคราะห์ Funnel ระบุจุดที่ควรแก้ และวาง Scope การทำงานให้ชัดก่อนเริ่ม