กลุ่มเป้าหมาย

Gen Beta คือใคร และตอนนี้ธุรกิจควรทำอะไรกับเรื่องนี้

Gen Beta คือกลุ่มคนที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป ซึ่งตอนนี้อายุยังไม่ถึงสองขวบ จึงยังไม่ใช่กลุ่มลูกค้าที่ตัดสินใจซื้อเองได้ สิ่งที่เปลี่ยนจริงในตอนนี้จึงไม่ใช่การทำการตลาดกับ Gen Beta แต่คือการที่พ่อแม่ของพวกเขาซึ่งเป็น Gen Y ตอนปลายและ Gen Z ตอนต้น กำลังกลายเป็นกลุ่มผู้ซื้อหลักของหลายหมวดสินค้า ธุรกิจที่ควรสนใจเรื่องนี้ตอนนี้จึงเป็นธุรกิจที่ขายของให้ครอบครัวที่มีลูกเล็ก

เขียนโดย Itim Jirasuta Content Creator

เผยแพร่ 23 สิงหาคม 2569

Gen Beta คือใคร และตอนนี้ธุรกิจควรทำอะไรกับเรื่องนี้

ทุกครั้งที่มีการตั้งชื่อ Generation ใหม่ จะมีบทความชุดใหญ่ตามมาว่านักการตลาดต้องปรับตัวอย่างไร Gen Beta ก็เช่นกัน และคำถามที่ควรถามก่อนคือ ตอนนี้มันกระทบธุรกิจของคุณจริงหรือยัง

Gen Beta คือกลุ่มคนที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป ต่อจาก Gen Alpha แปลว่า ณ ตอนนี้คนที่อายุมากที่สุดในรุ่นนี้ยังไม่ถึงสองขวบ

ข้อเท็จจริงข้อนี้เปลี่ยนคำตอบเกือบทั้งหมด

คนที่ต้องคุยด้วยตอนนี้ไม่ใช่ Gen Beta

เด็กอายุไม่ถึงสองขวบไม่ได้เป็นคนตัดสินใจซื้อ ไม่มีบัญชีโซเชียล และไม่มีช่องทางที่โฆษณาจะไปถึงโดยตรง

คนที่จ่ายเงินคือพ่อแม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็น Gen Y ตอนปลายและ Gen Z ตอนต้น สิ่งที่เปลี่ยนจริงในตอนนี้จึงไม่ใช่ว่าคุณต้องเข้าใจเด็กรุ่นใหม่ แต่คือ คนกลุ่มนี้กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงชีวิตที่มีค่าใช้จ่ายก้อนใหม่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายอย่าง

ของใช้เด็ก ประกัน ที่อยู่อาศัยที่ใหญ่ขึ้น รถที่นั่งได้ทั้งครอบครัว การศึกษา และบริการที่ช่วยประหยัดเวลา ทั้งหมดนี้คือหมวดที่ความต้องการเพิ่มขึ้นทันทีเมื่อมีลูกคนแรก

พ่อแม่อุ้มลูกเล็กนั่งอยู่บนเตียงในห้องนอน
การมีลูกคนแรกทำให้ค่าใช้จ่ายก้อนใหม่หลายอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน นี่คือสิ่งที่กระทบธุรกิจก่อนตัวเด็กเองหลายปี

ถ้าอยากใช้ประโยชน์ตอนนี้ ให้ดูที่ช่วงชีวิต ไม่ใช่ปีเกิด

การแบ่งคนด้วยปีเกิดเป็นเครื่องมือหยาบ ๆ ที่ใช้เล่าเรื่องได้ดีแต่ใช้ยิงโฆษณาได้ไม่ดีนัก เพราะคนอายุเท่ากันสองคนอาจอยู่คนละช่วงชีวิตกันโดยสิ้นเชิง

สิ่งที่ใช้ได้จริงกว่าคือ สัญญาณของช่วงชีวิต เช่น

  • เพิ่งค้นหาเรื่องที่เกี่ยวกับการเตรียมตัวมีลูกหรือของใช้เด็กแรกเกิด
  • เริ่มดูบ้านหรือคอนโดที่มีห้องนอนเพิ่ม
  • ค้นหาเรื่องประกันสุขภาพเด็กหรือโรงเรียนอนุบาล

สัญญาณเหล่านี้บอกได้ตรงกว่าปีเกิดมาก และหาได้จากพฤติกรรมการค้นหาจริงที่เกิดขึ้นบนเว็บของคุณเอง

ธุรกิจที่ควรขยับตอนนี้จึงมีไม่กี่กลุ่ม คือกลุ่มที่ขายของให้ครอบครัวที่มีลูกเล็กโดยตรง ส่วนธุรกิจที่ขายให้ผู้ใหญ่ทั่วไป ยังมีเวลาอีกอย่างน้อยสิบปีกว่ากลุ่มนี้จะเริ่มมีกำลังซื้อของตัวเอง

พ่อแม่กลุ่มนี้ตัดสินใจต่างจากรุ่นก่อนตรงไหน

สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ พวกเขาโตมากับการหาข้อมูลออนไลน์เป็นเรื่องปกติ การเทียบหลายเจ้าก่อนซื้อจึงไม่ใช่ความพิถีพิถันพิเศษ แต่เป็นขั้นตอนมาตรฐาน โดยเฉพาะกับสินค้าที่เกี่ยวกับลูก

และเมื่อเป็นเรื่องของลูก ความเชื่อใจมีน้ำหนักมากกว่าราคา สิ่งที่มีอิทธิพลจึงมักเป็นประสบการณ์ของพ่อแม่คนอื่นมากกว่าคำโฆษณาที่แบรนด์พูดเอง

ผู้หญิงนั่งใช้โน้ตบุ๊กและถือบัตรเครดิตขณะสั่งซื้อสินค้าออนไลน์
คนที่กดจ่ายเงินคือพ่อแม่ ไม่ใช่เด็ก เนื้อหาที่ต้องทำจึงต้องตอบคำถามของคนจ่าย ไม่ใช่เอาใจคนใช้

สิ่งที่ทำได้จริงจึงเป็นเรื่องพื้นฐานที่หลายแบรนด์ยังทำไม่ครบ

  • มีรีวิวจากผู้ใช้จริงให้เห็นง่าย ไม่ใช่ซ่อนไว้ท้ายหน้า
  • บอกข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เช่นส่วนประกอบ มาตรฐานความปลอดภัย เงื่อนไขการรับประกัน แทนคำโฆษณากว้าง ๆ
  • ตอบคำถามที่คนลังเลจริง ๆ ซึ่งมักเป็นเรื่องความปลอดภัยและการคืนสินค้า
  • ทำให้ติดต่อคนจริงได้เร็ว เพราะพ่อแม่เด็กเล็กมีเวลาน้อยมาก

ระวังการเอาชื่อรุ่นมาใช้แทนข้อมูล

ข้อควรระวังที่สุดของเรื่องนี้คือ การเอาคำว่า Gen Beta มาใช้เป็นเหตุผลในการตัดสินใจ ทั้งที่ยังไม่มีข้อมูลจริงรองรับ

ชื่อรุ่นเป็นเครื่องมือสำหรับเล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย ไม่ใช่ข้อมูลเชิงพฤติกรรม การบอกว่าคนรุ่นนี้ชอบอะไรทั้งที่คนรุ่นนี้ยังพูดไม่ได้ เป็นการเดาที่ฟังดูมีหลักการ ซึ่งอันตรายกว่าการยอมรับว่ายังไม่รู้

ถ้าจะตัดสินใจอะไรจากเรื่องนี้ ให้ตัดสินใจจากข้อมูลที่ธุรกิจคุณมีอยู่แล้ว ว่าลูกค้าที่ซื้อจริงในหมวดสินค้าเด็กและครอบครัวของคุณเป็นใคร เข้ามาจากช่องทางไหน และถามอะไรก่อนตัดสินใจ

สรุป

Gen Beta เป็นเรื่องจริงและจะสำคัญในวันหนึ่ง แต่วันนั้นยังไม่ใช่วันนี้

สิ่งที่เปลี่ยนแล้วจริงคือคนที่เพิ่งกลายเป็นพ่อแม่กำลังมีค่าใช้จ่ายก้อนใหม่ ธุรกิจที่ขายของให้ครอบครัวที่มีลูกเล็กควรลงแรงกับการทำให้คนกลุ่มนี้เชื่อใจได้เร็วขึ้น ส่วนธุรกิจอื่นยังไม่ต้องรีบปรับอะไรตามชื่อรุ่นใหม่

เขียนโดย

Itim Jirasuta

Content Creator ประสบการณ์กว่า 2 ปี

มีประสบการณ์ด้าน Content Marketing และ Creative Performance กว่า 2 ปีที่ Triple A Marketing ดูแลคอนเทนต์และสคริปต์วิดีโอให้กับแคมเปญในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจหลากหลายประเภท พร้อมวิเคราะห์ผลแคมเปญร่วมกับ Media Buyer เพื่อพัฒนาครีเอทีฟที่สร้าง Lead และนำไปต่อยอดทางการขายได้จริง

สนใจเทคโนโลยี IT, AI และเครื่องมือดิจิทัล โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับการทำงาน การตลาด และชีวิตประจำวัน ปัจจุบันเขียนและศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับ Digital Marketing, Content, AI Tools และเทคโนโลยีสำหรับการทำงาน นอกจากนี้ยังสนใจเกมออนไลน์และการสตรีมเกม ซึ่งเป็นอีกพื้นที่ที่ใช้ติดตามพฤติกรรมและวัฒนธรรมของผู้ใช้งานในโลกดิจิทัล

บทความทั้งหมดของ Itim Jirasuta

คำถามที่พบบ่อย

Gen Beta เกิดปีไหนถึงปีไหน

การแบ่งที่ใช้กันทั่วไปคือคนที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป ต่อจาก Gen Alpha ที่เกิดราวปี 2553 ถึง 2567 อย่างไรก็ตามการแบ่งรุ่นแบบนี้ไม่ใช่มาตรฐานทางการ แต่ละสำนักกำหนดปีต่างกันได้เล็กน้อย และไม่ควรใช้ปีเกิดเป็นตัวตัดสินพฤติกรรมของคนคนหนึ่งแทนข้อมูลจริง

ธุรกิจต้องเริ่มทำการตลาดกับ Gen Beta ตอนนี้เลยไหม

สำหรับธุรกิจส่วนใหญ่ยังไม่ต้อง เพราะกลุ่มนี้ยังเป็นเด็กเล็กที่ยังไม่มีอำนาจซื้อและยังไม่มีช่องทางสื่อสารถึงโดยตรง ธุรกิจที่ควรขยับตอนนี้คือกลุ่มที่ขายสินค้าหรือบริการสำหรับเด็กเล็กและครอบครัว ซึ่งลูกค้าจริงคือพ่อแม่ ไม่ใช่ตัวเด็ก ส่วนธุรกิจอื่นยังมีเวลาอีกสิบปีขึ้นไป

พ่อแม่ของ Gen Beta ต่างจากพ่อแม่รุ่นก่อนตรงไหน

สิ่งที่เห็นชัดคือพวกเขาโตมากับการหาข้อมูลออนไลน์เป็นเรื่องปกติ จึงมักเทียบหลายเจ้าและอ่านรีวิวก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับลูก และมักเชื่อประสบการณ์ของพ่อแม่คนอื่นมากกว่าคำโฆษณา ธุรกิจที่ทำเรื่องนี้ได้ดีจึงมักลงแรงกับรีวิวจริงและข้อมูลที่ตรวจสอบได้ มากกว่าการเน้นความน่ารักของภาพ

Related Insights

TIKTOK

ไลฟ์ TikTok ยังไงไม่ให้โดนตัดกลางคัน

สรุปสิ่งที่ทำให้ไลฟ์ TikTok ถูกตัดกลางคันหรือถูกลดการมองเห็น พร้อมสิ่งที่ควรตรวจก่อนกดไลฟ์ทุกครั้ง สำหรับแบรนด์ที่ใช้ไลฟ์ขายของ

23 สิงหาคม 2569

KOL / INFLUENCER MARKETING

เลือก KOL ยังไงไม่ให้เสียเงินฟรี? ควรดูอะไรแทนยอดผู้ติดตาม และวัดผลอย่างไร

ยอดผู้ติดตามเพียงอย่างเดียวอาจยังบอกไม่ได้ว่า KOL คนไหนคุ้มกับงบที่จ่าย บทความนี้สรุปตัวเลขและวิธีคิดที่ควรดู ก่อนเลือก Influencer สำหรับ Campaign

16 สิงหาคม 2569

KOL / INFLUENCER MARKETING

KOL กับ Influencer ต่างกันอย่างไร และธุรกิจควรเลือกใช้แบบไหน

KOL คือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่คนเชื่อเพราะความรู้ ส่วน Influencer คือคนที่คนติดตามเพราะตัวตน อ่านว่าธุรกิจแบบไหนควรเลือกใช้ใคร และวัดผลอย่างไร

16 สิงหาคม 2569

ให้ทีม Strategy วาง Scope ให้ชัดก่อนเริ่ม

ส่งข้อมูลธุรกิจและเป้าหมายให้ทีม Strategy ของ Triple A Marketing ทีมจะวิเคราะห์ Funnel ระบุจุดที่ควรแก้ และวาง Scope การทำงานให้ชัดก่อนเริ่ม