การตลาดออนไลน์

ChatGPT Ads เปิดไทยแล้ว วิธีลงโฆษณา งบขั้นต่ำ และสิ่งที่ธุรกิจควรรู้ก่อนเริ่ม

OpenAI เริ่มทยอยเปิด ChatGPT Ads ในประเทศไทยเมื่อ 23 กันยายน 2026 พร้อมอีก 6 ตลาดในเอเชีย ทำให้ขยายไปกว่า 60 ประเทศ โฆษณาจะแสดงใต้คำตอบและแยกออกจากคำตอบอย่างชัดเจน ผู้ลงโฆษณาไม่สามารถจ่ายเงินเพื่อเปลี่ยนหรือจัดอันดับคำตอบของ ChatGPT ได้ ปัจจุบันโฆษณาแสดงกับผู้ใช้แพ็กเกจ Free และ Go ที่เข้าเกณฑ์ ส่วนแพ็กเกจแบบเสียเงินไม่มีโฆษณา ระบบรองรับวัตถุประสงค์แคมเปญ 3 แบบคือการเข้าถึง การคลิก และคอนเวอร์ชัน โดยใช้บริบทและเจตนาของบทสนทนาประกอบการเลือกโฆษณาที่เกี่ยวข้อง

เขียนโดย Yui Laksamee Chief Executive Officer

เผยแพร่ 24 กันยายน 2569 อัปเดตล่าสุด 5 ตุลาคม 2569

ChatGPT Ads เปิดไทยแล้ว วิธีลงโฆษณา งบขั้นต่ำ และสิ่งที่ธุรกิจควรรู้ก่อนเริ่ม
ในบทความนี้ 18 หัวข้อ

ChatGPT Ads เริ่มทยอยเปิดให้ใช้งานในประเทศไทยแล้ว

ถ้าคุ้นเคยกับ Google Ads หรือ Facebook Ads มาก่อน มีเรื่องหนึ่งที่ควรเข้าใจตั้งแต่ต้น คือ ChatGPT Ads ไม่ได้ทำงานแบบซื้อคีย์เวิร์ดแล้วรอให้คนค้นหา

เพราะคนที่ใช้ ChatGPT ไม่ได้พิมพ์แค่คำสั้น ๆ แต่เล่าทั้งปัญหา งบประมาณ เงื่อนไข และสิ่งที่กำลังตัดสินใจ จบในบทสนทนาเดียว แทนที่จะค้นว่า “CRM ราคา” คำถามจริงมักออกมาหน้าตาแบบนี้

บริษัทมีทีมขาย 10 คน ต้องการ CRM ที่ใช้งานง่าย ต่อกับเครื่องมือเดิมได้ และงบไม่เกิน 20,000 บาทต่อเดือน ควรเลือกอะไร

ความต่างตรงนี้เปลี่ยนโจทย์ของคนทำการตลาด จากเดิมที่ถามว่าลูกค้าค้นหาคำว่าอะไร มาเป็นว่าตอนที่ลูกค้ากำลังแก้ปัญหานี้อยู่ แบรนด์ของเรามีประโยชน์กับเขาตรงไหน

บทความนี้รวบรวมสิ่งที่ธุรกิจไทยควรรู้ก่อนเริ่ม พร้อมภาพหน้าจอจากบัญชีที่ Triple A Marketing ใช้งานจริง

ChatGPT Ads คืออะไร

ChatGPT Ads คือโฆษณาที่ปรากฏ ใต้คำตอบของ ChatGPT โดยแยกออกจากคำตอบปกติอย่างชัดเจน

OpenAI ระบุว่าโฆษณาไม่มีอิทธิพลต่อคำตอบที่ ChatGPT สร้างขึ้น ผู้ลงโฆษณาไม่สามารถจ่ายเงินเพื่อกำหนด เปลี่ยน หรือจัดอันดับคำตอบของโมเดลได้

องค์ประกอบของโฆษณาปัจจุบันประกอบด้วยชื่อผู้ลงโฆษณา โลโก้ พาดหัว คำอธิบาย รูปภาพ และหน้าปลายทาง

โฆษณาไม่ได้ปรากฏในทุกบทสนทนา ระบบจะประเมินความเกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจว่ามีโฆษณาที่เหมาะสมจะแสดงหรือไม่

ChatGPT Ads เปิดในประเทศไทยแล้วหรือยัง

เปิดแล้วในลักษณะทยอย rollout โดย OpenAI ประกาศเมื่อ 23 กันยายน 2026 ว่าเริ่มขยาย ChatGPT Ads มายังประเทศไทย พร้อมกับอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และไต้หวัน ทำให้ขยายไปมากกว่า 60 ประเทศ

ธุรกิจที่มีสิทธิ์สามารถเริ่มต้นได้ผ่าน Ads Manager แบบบริการตนเอง ทีม Ads Solutions ของ OpenAI หรือผ่านเอเจนซี่และพาร์ทเนอร์

ที่ต้องเน้นคือคำว่า “ทยอย” เพราะสิทธิ์การเข้าถึงและฟีเจอร์ของแต่ละบัญชียังไม่เท่ากันในช่วงนี้

ChatGPT Ads แสดงผลตรงไหน และใครเห็นบ้าง

โฆษณาแสดง ใต้คำตอบ ของ ChatGPT โดยมีป้ายกำกับว่าเป็นโฆษณา

หน้าจอ ChatGPT บนมือถือ แสดงคำตอบเรื่องการเตรียมตัวลงโฆษณา และมีโฆษณาปรากฏใต้คำตอบ
โฆษณาปรากฏใต้คำตอบและมีป้ายกำกับชัดเจน · ภาพโฆษณาจริงของเรา จัดวางในกรอบเพื่อการนำเสนอ

ปัจจุบันโฆษณาแสดงกับผู้ใช้แพ็กเกจ Free และ Go ที่เข้าเกณฑ์ ส่วนผู้ใช้แพ็กเกจแบบเสียเงิน (Plus, Pro, Business, Enterprise และ Edu) ไม่มีโฆษณา และ OpenAI ระบุว่าจะไม่แสดงโฆษณากับบัญชีที่ถูกระบุว่าเป็นผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี

นอกจากนี้ OpenAI มีนโยบายไม่วางโฆษณาใกล้บทสนทนาที่มีความละเอียดอ่อน เช่น บริบทด้านสุขภาพส่วนบุคคลหรือสุขภาพจิต

ChatGPT Ads ต่างจาก Google Ads อย่างไร

จุดที่ควรจับตาไม่ใช่ว่าแพลตฟอร์มไหนดีกว่า แต่คือ เจตนาของผู้ใช้เกิดขึ้นในรูปแบบที่ต่างกัน

Google Ads มักเริ่มจากคำค้นหา ขณะที่ ChatGPT ได้รับบริบทต่อเนื่องจากบทสนทนา ทั้งปัญหา งบประมาณ เงื่อนไข และสิ่งที่ผู้ใช้เคยพูดก่อนหน้า

สำหรับนักการตลาด โจทย์จึงเปลี่ยนจาก “ลูกค้าค้นหาคำว่าอะไร” ไปเป็น “ลูกค้ากำลังพยายามแก้ปัญหาอะไร และแบรนด์เรามีประโยชน์กับเขาในจังหวะไหน”

Dave Dugan หัวหน้าฝ่าย Global Ads Solutions ของ OpenAI ระบุที่งาน Cannes ว่าราว 20% ของคำถามใน ChatGPT มีเจตนาเชิงพาณิชย์โดยตรง และเรียกผู้ใช้กลุ่มนี้ว่า “super intentional”

ChatGPT เลือกโฆษณาที่จะแสดงอย่างไร

ระบบพิจารณา บริบทและเจตนาของบทสนทนาปัจจุบัน ไม่ใช่การจับคู่คีย์เวิร์ดแบบตรงตัว

เอกสารของ OpenAI ระบุว่าระบบใช้สัญญาณหลายอย่างประกอบกัน ทั้งบริบทของบทสนทนา เจตนาของผู้ใช้ หน้าปลายทาง พาดหัว ข้อความโฆษณา และ คำแนะนำบริบท ที่ผู้ลงโฆษณากำหนดไว้

หน้าแก้ไขกลุ่มโฆษณาใน OpenAI Ads Manager แสดงช่องคำแนะนำบริบทและกลยุทธ์การเสนอราคา
ช่องคำแนะนำบริบทในหน้าแก้ไขกลุ่มโฆษณา ซึ่งเป็นจุดที่ต่างจากการซื้อคีย์เวิร์ด

คำถามเรื่อง CRM ที่ยกไว้ตอนต้นบทความคือกรณีที่เห็นภาพชัด ประโยคเดียวนั้นบอกทั้งขนาดทีม เครื่องมือที่ใช้อยู่ และเพดานงบ ซึ่งเป็นข้อมูลที่คีย์เวิร์ดสั้น ๆ ให้ไม่ได้

ข้อที่ต้องเข้าใจให้ตรงกันคือ คำแนะนำบริบทไม่ได้ทำงานแบบการซื้อคีย์เวิร์ดตรงตัว และไม่ได้รับประกันว่าโฆษณาจะปรากฏทุกครั้งที่มีคำที่กำหนดไว้

เขียนคำแนะนำบริบทอย่างไรให้ได้ผล

คำแนะนำบริบทควรเขียนเป็นประโยคที่บรรยายสถานการณ์ของลูกค้า ไม่ใช่รายการคีย์เวิร์ดแบบที่คุ้นเคยจาก Google Ads ซึ่งเป็นจุดที่คนย้ายมาจากช่องทางเดิมมักปรับตัวไม่ทัน

คู่มือของ OpenAI ให้ถามตัวเองสามด้าน

ด้านคำถาม
อะไรฟีเจอร์ บริการ ราคา ความพร้อมให้บริการ หรือพื้นที่ให้บริการที่เกี่ยวข้อง
ใครความต้องการ ความชอบ หรือสถานการณ์ของลูกค้าที่ข้อเสนอของเราเหมาะ
เมื่อใดสถานการณ์หรือการตัดสินใจที่ข้อเสนอของเราเป็นประโยชน์

และย้ำว่า คำใบ้แต่ละรายการไม่จำเป็นต้องครอบคลุมทั้งสามด้าน ขอให้เป็นวลีที่ชัดเจนและเป็นธรรมชาติ เน้นแนวคิดเดียว ไม่ใช่การลิสต์คีย์เวิร์ดที่ไม่เกี่ยวกัน

ตัวอย่างในคู่มือเขียนโดยเริ่มจากสิ่งที่ขายก่อน แล้วค่อยบอกว่าเหมาะกับใครและตอนไหน

ธุรกิจตัวอย่างจากคู่มือ
รองเท้าวิ่งรองเท้าวิ่งประจำวันที่มีระบบรองรับแรงกระแทก สำหรับผู้เริ่มต้นฝึกวิ่ง 5K ครั้งแรก
ช่างประปาในพื้นที่บริการประปาสำหรับที่พักอาศัยนอกเวลาทำการ โดยคิดค่าบริการเข้าตรวจสอบสำหรับงานซ่อมเร่งด่วน
ซอฟต์แวร์บัญชีซอฟต์แวร์ทำบัญชีสำหรับผู้ค้าปลีกที่กำลังเติบโต และต้องกระทบยอดการขายออนไลน์กับการขายในร้าน

สังเกตว่าทั้งสามประโยคขึ้นต้นด้วยสินค้าหรือบริการ ไม่ได้ขึ้นต้นด้วยคำบรรยายตัวลูกค้า

คู่มือยังระบุว่าคำใบ้ที่ดีต้องถูกต้องตามความจริงด้วย ถ้าฟีเจอร์ ราคา โปรโมชัน หรือพื้นที่ให้บริการเปลี่ยน ต้องกลับมาแก้คำใบ้ให้ตรง

กรอบ “ใคร ทำไม ต้องการ สัญญาณ”

สามด้านในคู่มือครอบคลุมแต่ยังกว้าง เราจึงขยายด้าน ใคร กับ เมื่อใด ออกเป็นสี่ช่องที่กรอกได้ทันที และใช้เป็นแบบฟอร์มภายในของทีม กรอบนี้เป็นของเราเอง ไม่ใช่ข้อกำหนดของ OpenAI และไม่ต้องกรอกครบทุกช่องทุกครั้ง

ช่องถามตัวเองว่าตัวอย่างคำตอบ
ใครคนที่จะซื้อเรียกตัวเองว่าอะไรเจ้าของธุรกิจ · หัวหน้าการตลาด · ผู้จัดการร้าน
ทำไมอะไรทำให้เขาเปิดแชตถามเรื่องนี้ในวันนี้ยิงแอดเองแล้วไม่ได้ผล · เพิ่งเห็นข่าว · ได้รับมอบหมายให้หาช่องทางใหม่
ต้องการผลลัพธ์ที่เขาอยากได้ ซึ่งมักไม่ตรงกับสินค้าที่เราขายรู้ว่างบส่วนไหนคุ้ม · ได้ลูกค้าจริง ไม่ใช่ยอดวิว
สัญญาณอะไรบอกว่าเขาเหมาะกับเราจริงยิง Facebook อยู่แล้ว · มีคนทัก LINE เยอะ · มีงบต่อเดือนชัดเจน

ช่องที่มักถูกข้ามคือช่อง “ทำไม” ทั้งที่เป็นช่องเดียวที่อธิบายว่าเหตุใดคนคนนั้นจึงเปิดบทสนทนากับ AI ในตอนนั้น

กติกาของเรา เขียนเสร็จแล้วให้อ่านทวนหนึ่งรอบ ถ้าในประโยคไม่มีคำว่า “เพราะ” หรือ “แต่” อยู่เลย แสดงว่ายังบรรยายเพียงตัวบุคคล ยังไม่ได้บรรยายสถานการณ์ ให้เขียนใหม่

สามข้อที่เราทำเพิ่มจากคู่มือ

1. ใช้คำจากแชตจริง เปิดแชต LINE และบันทึกการคุยกับลูกค้าย้อนหลังสามเดือน แล้วคัดประโยคที่ลูกค้าพิมพ์เองมาใช้โดยตรง เพราะคำที่ลูกค้าใช้มักต่างจากศัพท์การตลาดที่เราคุ้นเคย

2. หนึ่งกลุ่มโฆษณา หนึ่งสถานการณ์ ถ้าสองบรรทัดต้องใช้ข้อความโฆษณาหรือหน้าปลายทางคนละแบบ แปลว่าควรแยกกลุ่มโฆษณา ไม่ใช่รวมไว้ด้วยกัน

3. เปลี่ยนแล้วต้องมีฐานเทียบ ก่อนเปลี่ยนคำแนะนำบริบท ให้จดจำนวนการแสดงผลและ CTR ของชุดเดิมไว้ แล้วรอดูผล 3 ถึง 5 วัน ถ้าไม่จดไว้ จะแยกไม่ออกว่าผลที่ดีขึ้นมาจากการเปลี่ยนคำ หรือมาจากการที่ระบบเรียนรู้ได้เองเมื่อเวลาผ่านไป

คำแนะนำบริบทไม่ใช่คำสั่งให้แสดงโฆษณา

ข้อนี้คือจุดที่คนย้ายมาจากช่องทางเดิมเข้าใจผิดบ่อยที่สุด คู่มือแยกไว้ชัดด้วยตัวอย่างคู่หนึ่ง

เขียนแบบนี้ได้เขียนแบบนี้ไม่ได้
มีบริการประปาสำหรับที่พักอาศัยในเชียงใหม่แสดงโฆษณานี้ต่อผู้ที่อยู่ในเชียงใหม่เท่านั้น

อันแรกคือการอธิบายธุรกิจ อันหลังคือการสั่งให้ระบบแสดงโฆษณา ซึ่งช่องนี้ทำไม่ได้ คำใบ้บังคับข้อจำกัดด้านพื้นที่ กำหนดเวลา หรือข้อยกเว้นไม่ได้เลย ถ้าต้องการจำกัดพื้นที่จริง ต้องไปตั้งที่การกำหนดกลุ่มเป้าหมายของแคมเปญ

อีกประโยคในคู่มือที่ควรอ่านซ้ำคือ การต้องการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มหนึ่ง ไม่ได้ทำให้ข้อเสนอของเราเกี่ยวข้องกับลูกค้ากลุ่มนั้น เขียนว่าอยากได้ลูกค้ากลุ่มไหนลงไปเฉย ๆ จึงไม่ช่วยอะไร ถ้าสินค้าไม่ได้ตอบโจทย์กลุ่มนั้นจริง

ในทางกลับกัน ถ้าสินค้าตอบโจทย์การใช้งานด้านอื่นได้จริง เขียนลงไปได้ คู่มือยกตัวอย่างรองเท้ากีฬาที่รองรับเท้าดี ซึ่งเหมาะกับคนที่ต้องยืนทำงานนาน ไม่ใช่เฉพาะคนออกกำลังกาย

สิ่งที่ไม่ควรใส่

ข้อมูลประชากรกว้าง ๆ อย่างช่วงอายุหรือจังหวัด ไม่ได้ทำงานเป็นเงื่อนไขกรองในช่องนี้ พื้นที่เป้าหมายตั้งที่ระดับแคมเปญอยู่แล้ว ส่วนอายุไม่ใช่สิ่งที่ผู้ลงโฆษณากำหนดได้

คู่มือระบุว่าให้ใส่เฉพาะคุณสมบัติที่ เปลี่ยนความเหมาะสมของสินค้าจริง เช่น เครื่องมือที่ใช้อยู่ ช่วงงบ ขนาดทีม หรือกำหนดเวลา

ตัวอย่างจริงที่เราใช้กับแคมเปญของเราเอง

ชุดนี้คือคำแนะนำบริบทที่เราใช้จริงกับแคมเปญบริการดูแล ChatGPT Ads ของเรา เขียนตามกรอบสี่ช่องข้างต้น

ตัวอย่างที่เราใช้จริง

เจ้าของธุรกิจที่เพิ่งเห็นข่าวว่า ChatGPT Ads เปิดในไทย อยากลองแต่ไม่รู้จะเริ่มตั้งค่าตรงไหน

ธุรกิจที่ยิงแอด Facebook และ Google อยู่แล้ว อยากเพิ่มช่องทางใหม่ แต่ไม่อยากเสียงบไปกับการลองผิดลองถูก

เจ้าของธุรกิจที่เคยจ้างเอเจนซี่แล้วได้แต่รายงานยอดวิวยอดคลิก แต่ตอบไม่ได้ว่าได้ลูกค้าจริงกี่ราย

ลองแยกบรรทัดสุดท้ายออกตามกรอบ

ช่องในประโยคนั้นคือ
ใครเจ้าของธุรกิจ
ทำไมเคยจ้างเอเจนซี่แล้วได้แต่รายงานยอดวิวยอดคลิก
ต้องการตอบได้ว่าได้ลูกค้าจริงกี่ราย
สัญญาณเคยจ้างเอเจนซี่มาก่อน แปลว่ามีงบและเคยตัดสินใจจ้างแล้ว

ส่วนจำนวนที่เหมาะสมยังไม่มีตัวเลขตายตัว เอกสารของ OpenAI แนะนำให้เริ่มจากชุดที่อยู่ในธีมเดียวกัน แล้วแยกกลุ่มโฆษณาใหม่เมื่อธีมต่างกันจนต้องใช้ข้อความหรือหน้าปลายทางคนละแบบ

ChatGPT Ads คิดค่าโฆษณาอย่างไร

Ads Manager มีวัตถุประสงค์แคมเปญให้เลือก 3 แบบ ซึ่งบนหน้าจอภาษาไทยใช้คำว่า การเข้าถึง การคลิก และ คอนเวอร์ชัน

หน้าสร้างแคมเปญใน OpenAI Ads Manager ภาษาไทย แสดงดรอปดาวน์วัตถุประสงค์ให้เลือกการเข้าถึง การคลิก และคอนเวอร์ชัน
ดรอปดาวน์วัตถุประสงค์ในหน้าสร้างแคมเปญ ซึ่งตอนนี้แสดงเป็นภาษาไทยแล้ว
วัตถุประสงค์คิดเงินจากเหมาะกับ
การเข้าถึง (Views)CPM — ค่าใช้จ่ายต่อการแสดงผล 1,000 ครั้งสร้างการรับรู้
การคลิก (Clicks)CPC — คิดเมื่อเกิดคลิกที่นับเป็นคลิกจริงพาคนไปหน้าเว็บ
คอนเวอร์ชัน (Conversions)oCPC ตามคลิก หรือ oCPM ตามการแสดงผล สำหรับบัญชีที่มีสิทธิ์ให้ระบบ optimize ไปหาคนที่มีแนวโน้มทำ action

สำหรับแคมเปญแบบ CPC เอกสาร OpenAI แนะนำให้ลองเริ่มที่ราคาเสนอสูงสุดประมาณ 3–5 ดอลลาร์สหรัฐต่อคลิก โดยเป็นเพียงจุดตั้งต้นที่แนะนำ ไม่ใช่ราคาขั้นต่ำและไม่ใช่ราคาที่รับประกันว่าจะจ่ายจริง

จุดที่มักเข้าใจผิดคือแคมเปญแบบคอนเวอร์ชัน ไม่ได้จ่ายต่อคอนเวอร์ชัน ระบบใช้ข้อมูลคอนเวอร์ชันเพื่อ optimize การแสดงโฆษณาเท่านั้น

ธุรกิจไทยต้องมีงบเท่าไรถึงเริ่มได้

บัญชีที่ตั้งเป็นสกุลเงินบาทกำหนดงบรายวันขั้นต่ำไว้ที่ 205 บาทต่อวัน เราทดสอบในบัญชีของเราเองแล้วว่าใส่ต่ำกว่านี้ระบบไม่ยอมบันทึก

ตัวเลขนี้เป็นของบัญชีสกุลเงินบาท ไม่ใช่ตัวเลขเดียวกับตลาดอื่น บัญชีที่ตั้งเป็นดอลลาร์สหรัฐใช้เกณฑ์คนละชุด จึงเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้

ตัวเลขที่กรอกไม่ใช่เพดานรายวันแบบตายตัว แต่เป็น ค่าเฉลี่ยตลอด 7 วัน วันไหนมีโอกาสดีระบบใช้ได้มากกว่าที่ตั้งไว้ วันไหนโอกาสน้อยก็ใช้น้อยลง โดยมีเพดานสองชั้นคุมอยู่

  • วันเดียวใช้ได้สูงสุด 2 เท่า ของงบรายวัน
  • ตลอด 7 วันรวมกันไม่เกิน 7 เท่า ของงบรายวัน

ตั้งวันละ 300 บาท บางวันจึงอาจขึ้นไป 600 บาท แต่ครบสัปดาห์จะไม่เกิน 2,100 บาท คนที่เปิดดูยอดรายวันแล้วตกใจว่าใช้เกินงบ ส่วนใหญ่กำลังดูวันที่ระบบเร่งอยู่ ไม่ใช่ระบบคิดเงินผิด

ตั้งราคาประมูลเอง หรือให้ระบบตั้งให้

มีสองทาง ทางแรกคือให้ระบบตั้งและปรับราคาให้เอง ซึ่งเป็นค่าตั้งต้นของกลุ่มโฆษณาที่เข้าเกณฑ์ ทางที่สองคือกำหนดราคาต่อคลิกสูงสุดด้วยตัวเอง

ข้อที่ต้องรู้ของแบบแรกคือระบบเน้นให้ได้ผลลัพธ์จำนวนมากที่สุดจากงบที่มี ไม่ได้รับประกันต้นทุนต่อผลลัพธ์ ถ้ามีเพดานต้นทุนที่รับได้ชัดเจนอยู่แล้ว การกำหนดราคาเองจะคุมได้ตรงกว่า

เสนอราคาสูงที่สุดแล้วจะได้แสดงโฆษณาแน่นอนไหม

ไม่แน่นอน OpenAI ใช้ระบบประมูลแบบ second-price ที่ถ่วงน้ำหนักด้วยความเกี่ยวข้อง

แปลว่าราคาประมูลมีผล แต่ความเกี่ยวข้องของโฆษณากับสิ่งที่ผู้ใช้กำลังทำก็สำคัญไม่แพ้กัน การเพิ่มราคาเสนออย่างเดียวจึงไม่รับประกันว่าจะชนะทุกครั้ง

ผลที่ตามมาคือคุณภาพของ หน้าปลายทาง ข้อความโฆษณา และคำแนะนำบริบท มีบทบาทมากกว่าที่หลายคนคิด

เลือกกลุ่มเป้าหมายได้ละเอียดแค่ไหน

ChatGPT Ads ไม่มีคีย์เวิร์ดให้เลือก การกำหนดกลุ่มเป้าหมายจึงมาจากสามทาง คือพื้นที่ อุปกรณ์ และรายชื่อลูกค้าที่อัปโหลดเอง

พื้นที่

ตั้งได้ตั้งแต่ระดับประเทศ ลงไปถึงระดับรัฐหรือภูมิภาค เมือง เขตพื้นที่สื่อ และรหัสไปรษณีย์

เอกสารของ OpenAI ระบุตัวเลือกที่ลงลึกระดับนี้ไว้กว้าง ๆ ว่าขึ้นกับตลาดที่รองรับ เราเปิดดูในบัญชีไทยของเราเองแล้วว่าเลือกได้ถึงระดับรหัสไปรษณีย์จริง ซึ่งเป็นความละเอียดที่ใกล้เคียงกับการเจาะระดับอำเภอหรือเขต

ความละเอียดระดับนี้มีผลกับธุรกิจที่ขายเป็นพื้นที่ เช่น หน้าร้าน คลินิก หรือบริการที่วิ่งงานเป็นรัศมี เพราะเลือกยิงเฉพาะพื้นที่ที่รับงานไหวได้ ไม่ต้องจ่ายค่าคลิกจากคนที่อยู่ไกลเกินกว่าจะเป็นลูกค้า

ยิงข้ามประเทศได้ แต่บัญชีที่เพิ่งเปิดบางบัญชีจะเริ่มได้เฉพาะในประเทศของตัวเองก่อน ต้องยืนยันตัวตนผ่านและใช้งบถึงเกณฑ์จึงจะขยายได้

อุปกรณ์

แยกได้ 5 แบบ คือแอป Android เว็บบน Android แอป iOS เว็บบน iOS และเว็บบนเดสก์ท็อป ประโยชน์จริงของการแยกคือหน้าปลายทางบางหน้าทำมาเพื่อจอเดียว ถ้าหน้ายังไม่พร้อมบนมือถือ การตัดออกไว้ก่อนดีกว่าจ่ายค่าคลิกแล้วส่งคนไปเจอหน้าที่ใช้งานไม่ได้

รายชื่อลูกค้า

อัปโหลดอีเมลหรือเบอร์โทรเพื่อสร้างกลุ่มเป้าหมายได้ แต่ต้องจับคู่กับผู้ใช้ที่ล็อกอินอยู่ได้ อย่างน้อย 25,000 ราย จึงจะนำไปใช้ยิงได้ ใส่ทั้งอีเมลและเบอร์โทรจะเพิ่มโอกาสจับคู่ และเพราะอัตราการจับคู่หายไปส่วนหนึ่งเสมอ OpenAI จึงแนะนำให้เริ่มจากรายชื่อหลักแสนขึ้นไป

เกณฑ์ 25,000 รายนี้ทำให้ธุรกิจไทยขนาดกลางส่วนใหญ่ยังใช้ฟีเจอร์นี้ไม่ได้ในทางปฏิบัติ ช่วงแรกจึงควรวางแผนโดยยังไม่พึ่งฐานลูกค้าเดิม

สเปกภาพ ข้อความ และหน้าปลายทางที่ระบบรับ

ข้อกำหนดของชิ้นงานแคบกว่าแพลตฟอร์มอื่นพอสมควร ควรเตรียมไว้ตั้งแต่ก่อนสร้างแคมเปญ

ส่วนประกอบข้อกำหนด
ภาพสี่เหลี่ยมจัตุรัสเท่านั้น ไฟล์ PNG หรือ JPG ขนาดไม่เกิน 1,200 × 1,200 พิกเซล
หัวข้อไม่เกิน 50 ตัวอักษร
คำอธิบายไม่เกิน 100 ตัวอักษร
หน้าปลายทางต้องเป็นลิงก์เว็บเท่านั้น

ข้อจำกัดภาพจัตุรัสกระทบการเตรียมงานมากกว่าที่คิด ชุดภาพที่ทำไว้สำหรับ Facebook หรือ Google ส่วนใหญ่เป็นแนวนอนหรือแนวตั้ง ยกมาใช้ต่อทันทีไม่ได้ ต้องจัดองค์ประกอบใหม่ให้อยู่ในกรอบจัตุรัส

ส่วนหัวข้อ 50 ตัวอักษรและคำอธิบาย 100 ตัวอักษรนับภาษาไทยเหมือนกัน ซึ่งสั้นกว่าที่คุ้นเคยจาก Google Ads พอสมควร จึงต้องเขียนให้จบใจความในประโยคเดียว

หน้าปลายทางต้องไม่บล็อกบอทของ OpenAI

ข้อนี้พลาดแล้วโฆษณาไม่ผ่านรีวิว และเป็นจุดที่ทีมเทคนิคมักตั้งค่าไว้โดยไม่รู้ว่ากระทบ

OpenAI ใช้บอทชื่อ OAI-AdsBot เข้ามาอ่านหน้าปลายทาง เพื่อตรวจว่าตรงตามนโยบายโฆษณาหรือไม่ และใช้เนื้อหาบนหน้านั้นประเมินว่าโฆษณาควรไปแสดงกับบทสนทนาแบบไหน ถ้าไฟล์ robots.txt หรือไฟร์วอลล์บล็อกบอทตัวนี้ไว้ ระบบจะอ่านหน้าไม่ได้และโฆษณาจะไม่ผ่าน

ควรตรวจด้วยว่าไม่ได้บล็อก OAI-SearchBot ซึ่งเป็นบอทคนละตัวที่ใช้กับฝั่งการค้นหา

นี่คือเหตุผลที่หน้าปลายทางของ ChatGPT Ads ทำงานคนละแบบกับหน้าปลายทางของแอดทั่วไป เพราะ เนื้อหาบนหน้ามีผลต่อการจับคู่โฆษณา ไม่ใช่แค่เป็นที่ปิดการขาย

ธุรกิจประเภทไหนลง ChatGPT Ads ได้

ในระยะแรก OpenAI เน้นหมวดผู้บริโภค เช่น ไลฟ์สไตล์และของใช้ในบ้าน บริการในพื้นที่ ท่องเที่ยวและประสบการณ์ สินค้าดิจิทัล และการศึกษา

ส่วนธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับ เช่น บริการทางการเงิน สุขภาพและการแพทย์ และบริการด้านกฎหมาย มีข้อจำกัดเพิ่มเติม อาจต้องผ่านการอนุมัติเป็นรายกรณีหรือยังไม่เปิดในบางตลาด

หมวดที่มีข้อห้ามหรือข้อจำกัดสูงยังรวมถึงการพนัน แอลกอฮอล์ ยาสูบ เนื้อหาทางเพศ โฆษณาทางการเมือง และโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิด

ก่อนสร้างแคมเปญควรตรวจ OpenAI Ad Policies ฉบับล่าสุดอีกครั้ง เพราะยังมีการปรับระหว่างช่วงขยายตลาด

ธุรกิจไทยเริ่มลง ChatGPT Ads อย่างไร

ลำดับการทำงานโดยทั่วไปมี 10 ขั้น

  1. สมัคร Ads Manager ด้วยบัญชี OpenAI
  2. กรอกข้อมูลนิติบุคคลและยืนยันธุรกิจ
  3. ตั้งค่าการเรียกเก็บเงิน
  4. สร้างแคมเปญและเลือกวัตถุประสงค์
  5. กำหนดงบประมาณและพื้นที่เป้าหมาย
  6. สร้างกลุ่มโฆษณาและใส่คำแนะนำบริบท
  7. ใส่ภาพ ข้อความ และหน้าปลายทาง
  8. ตั้งค่า การวัดผลคอนเวอร์ชัน หากต้องการวัด lead หรือยอดขาย
  9. ส่งโฆษณาเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ
  10. เริ่มวัดผลและปรับปรุง

ขั้นที่มักถูกข้ามคือข้อ 2 ระบบยอมให้เริ่มยิงได้ก่อนยืนยันธุรกิจเสร็จ แต่จะขึ้นเตือนว่าโฆษณาอาจถูกหยุดในภายหลัง จึงควรทำให้จบตั้งแต่แรก

ยืนยันตัวตนต้องเผื่อเวลา

การยืนยันทำผ่านผู้ให้บริการภายนอกชื่อ Persona เลือกได้ว่าจะยืนยันในนามธุรกิจโดยใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษี หรือยืนยันในนามบุคคล และต้องยืนยันหมายเลขโทรศัพท์ในประเทศไทยด้วย

ผลการตรวจใช้เวลาได้ถึง 7 วันทำการ จึงควรเริ่มขั้นนี้ก่อนวันที่วางแผนจะเปิดแคมเปญ ไม่ใช่วันเดียวกัน

ค่าที่เปลี่ยนไม่ได้หลังตั้งไปแล้ว

สองจุดนี้แก้ทีหลังไม่ได้ และเป็นต้นทุนที่แพงถ้าตั้งผิด

  • ประเทศ สกุลเงิน และเขตเวลา ตั้งตอนเปิดบัญชี ถ้าผิดต้องเปิดบัญชีใหม่ทั้งบัญชี
  • วัตถุประสงค์ของแคมเปญ ตั้งตอนสร้างแคมเปญ ถ้าจะเปลี่ยนต้องสร้างแคมเปญใหม่

ข้อหลังมีผลกับวิธีวางแผน ถ้าตั้งใจจะเริ่มจากวัตถุประสงค์คลิกแล้วค่อยย้ายไปคอนเวอร์ชันเมื่อมีข้อมูลพอ ควรรู้ตั้งแต่ต้นว่านั่นคือการสร้างแคมเปญใหม่ ไม่ใช่การกดเปลี่ยนค่าในแคมเปญเดิม

การเติมเงินและการเรียกเก็บ

บัญชีสกุลเงินบาทของเราต้องเติมเงินเข้าไปก่อนเริ่มยิง โดยเติมครั้งแรก 1,500 บาท แล้วระบบทยอยตัดเป็นรอบ รอบละ 250 บาท

ช่วงเปิดตัวมีโปรโมชันสำหรับบัญชีที่สมัครภายในเวลาที่กำหนด คือใช้งบครบ 3,000 บาทแล้วได้เครดิตคืน 3,000 บาท เงื่อนไขนี้เป็นของช่วงเปิดตัวและมีกำหนดเวลา ควรเปิดดูในบัญชีของตัวเองว่ายังได้อยู่หรือไม่ ไม่ควรวางแผนงบโดยนับรวมเครดิตนี้ไว้ล่วงหน้า

ChatGPT Ads วัดผลอะไรได้บ้าง

Ads Manager รายงานการแสดงผล คลิก ยอดใช้จ่าย CTR ราคาต่อคลิกเฉลี่ย ราคาต่อการแสดงผลเฉลี่ย และคอนเวอร์ชัน

หน้าคอนเวอร์ชันใน OpenAI Ads Manager แสดงเหตุการณ์ lead_created ที่ผูกกับพิกเซล
หน้าคอนเวอร์ชันแสดงเหตุการณ์ที่พิกเซลส่งเข้ามา และจำนวนแคมเปญที่ใช้เหตุการณ์นั้น

สำหรับแคมเปญแบบคอนเวอร์ชัน ควรติดตั้งการวัดผลผ่าน Pixel และ/หรือ Conversions API เพื่อให้ระบบมีข้อมูลไป optimize

และควรใส่ UTM ที่หน้าปลายทาง เพื่อแยกทราฟฟิกจาก ChatGPT ในเครื่องมือวิเคราะห์ที่ใช้อยู่

ตัวเลขแต่ละชนิดมาไม่พร้อมกัน

จุดที่ทำให้สับสนในวันแรกคือรายงานไม่ได้อัปเดตพร้อมกันทั้งหมด จากบัญชีของเราเห็นเป็นลำดับนี้

ตัวเลขเห็นผลเร็วแค่ไหน
การแสดงผลและคลิกอัปเดตถี่ที่สุด ราวทุก 15 นาที
ยอดใช้จ่ายตามหลังราว 7–8 ชั่วโมง
คอนเวอร์ชันตามหลัง 24–48 ชั่วโมง

ผลคือวันแรกจะเห็นคลิกเข้ามาแล้วแต่ยอดใช้จ่ายยังเป็นศูนย์ ซึ่งเป็นเรื่องของจังหวะรายงาน ไม่ใช่สัญญาณว่าตั้งค่าผิด

ไม่ควรตัดสินแคมเปญจากข้อมูลวันเดียว เพราะทั้งงบที่ระบบเฉลี่ยตลอด 7 วัน และความล่าช้าของรายงาน ทำให้ภาพในวันแรกยังไม่ใช่ภาพจริง

จุดที่ควรรู้ก่อนคาดหวังตัวเลขคอนเวอร์ชัน

ถ้าติดตั้งเฉพาะ Pixel ระบบอาจจับคู่คอนเวอร์ชันกลับไปหาคนที่คลิกโฆษณาไม่ได้ และจะขึ้นเตือนว่าเหตุการณ์ไม่มีข้อมูลผู้ใช้

หน้าต่างคำเตือนใน OpenAI Ads Manager แจ้งว่าเหตุการณ์บางรายการไม่มีข้อมูลผู้ใช้ และยังไม่มีเหตุการณ์แบบเซิร์ฟเวอร์ต่อเซิร์ฟเวอร์
คำเตือนที่ระบบขึ้นเมื่อเหตุการณ์คอนเวอร์ชันไม่มีข้อมูลผู้ใช้แนบไปด้วย

สิ่งที่ต้องชั่งน้ำหนักคือการส่งข้อมูลผู้ใช้เพิ่มหมายถึงการแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลที่สาม ซึ่งต้องออกแบบให้สอดคล้องกับความยินยอมที่เก็บไว้และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ลงโฆษณาเห็นบทสนทนาของผู้ใช้หรือไม่

ไม่เห็น OpenAI ระบุว่าบทสนทนาของผู้ใช้ไม่ได้ถูกแชร์กับผู้ลงโฆษณา และไม่ได้ขายข้อมูลส่วนบุคคลให้ผู้ลงโฆษณา

ผู้ใช้ยังควบคุมการปรับโฆษณาให้เหมาะกับตนเองได้ และการปิดฟังก์ชันนี้ไม่ได้แปลว่าจะไม่เห็นโฆษณาเลย เพราะยังมีโฆษณาที่อิงบริบทของบทสนทนาปัจจุบันได้

สำหรับธุรกิจ เรื่องนี้สำคัญเพราะควรมอง ChatGPT Ads ว่าเป็นโฆษณาที่อิงบริบทและเจตนา มากกว่าการที่ผู้ลงโฆษณาเข้าไปอ่านข้อความของผู้ใช้

ธุรกิจไทยควรเตรียมอะไรก่อนเริ่ม

ไม่จำเป็นต้องรีบใช้งบจำนวนมาก สิ่งสำคัญกว่าคือเริ่มสร้างข้อมูลของธุรกิจตัวเอง เพราะยังไม่มีเกณฑ์อ้างอิงสาธารณะที่เพียงพอสำหรับตลาดไทยในด้านต้นทุนต่อ lead หรือผลตอบแทน

1. หน้าปลายทางต้องตอบเจตนาจริง อย่าใช้หน้าแรกเป็นปลายทางของทุกโฆษณา ควรมีหน้าที่ตอบโจทย์ของแต่ละกรณีชัดเจน

2. ต้องเข้าใจได้เร็วว่าทำไมต้องเลือกคุณ คนที่เห็นโฆษณาอาจกำลังเปรียบเทียบตัวเลือกอยู่

3. วางการวัดผลก่อนเริ่มยิง ไม่ใช่หลังใช้งบไปแล้ว

4. คิดเป็นเจตนาของลูกค้า ไม่ใช่แค่คีย์เวิร์ด รวบรวมคำถามจริงที่ลูกค้าถามฝ่ายขายและทีมบริการ แล้วหารูปแบบร่วม

5. เริ่มด้วยงบทดสอบ ทดลองหลายบริบท หลายหน้าปลายทาง แล้วใช้ข้อมูลจริงตัดสินใจว่าจะขยายอะไร

อยากรู้ว่าธุรกิจของคุณพร้อมแค่ไหน — ดูบริการ Media & Performance ของเรา หรือ ทักมาคุยกับทีม ได้เลย

สิ่งที่เราเจอจากการลงจริง

ส่วนนี้เป็นข้อมูลจากบัญชีของ Triple A Marketing เอง ไม่ใช่ข้อมูลอย่างเป็นทางการจาก OpenAI และเป็นข้อมูลช่วงเริ่มต้นเท่านั้น

รายการแคมเปญใน OpenAI Ads Manager ภาษาไทย แสดงสถานะกำลังแสดงและยอดการแสดงผลในวันแรก
แคมเปญเริ่มมีการแสดงผลภายในวันแรกที่เปิดใช้งาน

หน้าจอเป็นภาษาไทยแล้ว ทั้งหน้าสร้างแคมเปญ กลุ่มโฆษณา และรายงาน ไม่ต้องอ่านภาษาอังกฤษล้วน

คำแนะนำบริบทมีผลมาก ถ้าเว้นว่างไว้ ระบบต้องเดาจากภาพโฆษณาและหน้าปลายทางเอง ซึ่งจับคู่ได้แม่นน้อยลงและมีโอกาสที่โฆษณาแทบไม่ได้แสดง

งบรายวันคือเพดาน ไม่ใช่ยอดที่จะใช้จริง ในช่องทางใหม่ที่กลุ่มเป้าหมายยังแคบ ระบบอาจใช้งบไม่หมด ควรดูยอดใช้จ่ายจริงมากกว่าตัวเลขงบที่ตั้งไว้

การยืนยันธุรกิจควรทำให้จบก่อน ระบบยอมให้เริ่มยิงได้ แต่ขึ้นเตือนว่าจะถูกหยุดในภายหลัง

3 แคมเปญที่เราแนะนำให้ธุรกิจไทยทดลองก่อน

กรอบนี้เป็นแนวทางที่ Triple A Marketing เรียบเรียงขึ้นเอง ไม่ใช่โครงสร้างที่ OpenAI กำหนดไว้

แคมเปญวัตถุประสงค์ใช้ตอบคำถามว่า
ทดสอบการรับรู้การเข้าถึงบริบทไหนที่แบรนด์เราเข้าไปอยู่ได้
ทดสอบทราฟฟิกคุณภาพการคลิกข้อความและภาพแบบไหนที่คนสนใจจริง
ทดสอบการเก็บ leadคอนเวอร์ชันหน้าปลายทางแบบไหนเปลี่ยนคนดูเป็นคนทัก

เริ่มจากแคมเปญที่สองก่อนได้ถ้ามีงบจำกัด เพราะให้ทั้งข้อมูลราคาตลาดและสัญญาณว่าข้อความไหนใช้ได้

ChatGPT Ads เหมาะกับธุรกิจของคุณหรือไม่

ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า ChatGPT Ads ให้ผลตอบแทนดีกว่า Google หรือ Meta สำหรับทุกธุรกิจ

แต่สิ่งที่ชัดเจนคือพฤติกรรมการหาข้อมูลกำลังเปลี่ยน ผู้บริโภคจำนวนมากขึ้นใช้ AI เพื่อค้นหา เปรียบเทียบ และตัดสินใจภายในบทสนทนาเดียว

คำถามที่ควรถามจึงไม่ใช่แค่ “เราควรลง ChatGPT Ads ไหม” แต่คือ เมื่อกลุ่มเป้าหมายกำลังคุยกับ AI เพื่อตัดสินใจซื้อ แบรนด์ของเราพร้อมเข้าไปอยู่ในเส้นทางนั้นหรือยัง

ถ้าคำตอบยังไม่ชัด เรื่องที่ควรทำก่อนซื้อสื่อคือทำให้เว็บและเนื้อหาของคุณ ถูก AI เข้าใจและอ้างอิงได้ เพราะโฆษณาพาคนมาได้ แต่สิ่งที่ทำให้เขาเลือกคุณคือสิ่งที่เขาเจอหลังคลิก

ต้องการวางแผน ChatGPT Ads สำหรับธุรกิจของคุณ พูดคุยกับทีมเพื่อประเมินเส้นทางลูกค้า หน้าปลายทาง การวัดผล และกลยุทธ์ก่อนเริ่มแคมเปญ — ดูบริการดูแล ChatGPT Ads หรือ ปรึกษาทีมของเรา

เขียนโดย

Yui Laksamee

Chief Executive Officer ประสบการณ์ 10 ปี

บทความทั้งหมดของ Yui Laksamee

คำถามที่พบบ่อย

ChatGPT Ads เปิดในประเทศไทยแล้วหรือยัง

เปิดแล้วในลักษณะทยอย rollout OpenAI ประกาศเมื่อ 23 กันยายน 2026 ว่าเริ่มขยาย ChatGPT Ads มายังประเทศไทย พร้อมกับอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และไต้หวัน ทำให้ขยายไปมากกว่า 60 ประเทศ ธุรกิจที่มีสิทธิ์สามารถสมัคร Ads Manager แบบบริการตนเองได้เอง แต่สิทธิ์การเข้าถึงและฟีเจอร์ของแต่ละบัญชีอาจยังต่างกันในช่วงนี้

ใครบ้างที่จะเห็น ChatGPT Ads

ปัจจุบันโฆษณาแสดงกับผู้ใช้แพ็กเกจ Free และ Go ที่เข้าเกณฑ์ ส่วนผู้ใช้แพ็กเกจแบบเสียเงิน ได้แก่ Plus, Pro, Business, Enterprise และ Edu ไม่มีโฆษณา นอกจากนี้ OpenAI ระบุว่าจะไม่แสดงโฆษณากับบัญชีที่ถูกระบุว่าเป็นผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี และมีนโยบายไม่วางโฆษณาใกล้บทสนทนาที่มีความละเอียดอ่อน เช่น บริบทด้านสุขภาพส่วนบุคคลหรือสุขภาพจิต

ChatGPT Ads มีผลต่อคำตอบของ ChatGPT หรือไม่

ไม่มี OpenAI ระบุชัดว่าโฆษณาแยกออกจากคำตอบและแสดงใต้คำตอบโดยมีป้ายกำกับ ผู้ลงโฆษณาไม่สามารถจ่ายเงินเพื่อกำหนด เปลี่ยน หรือจัดอันดับคำตอบของโมเดลได้ ถ้าต้องการให้แบรนด์ถูกอ้างอิงในคำตอบ นั่นเป็นงานคนละส่วนที่ต้องทำผ่านการปรับเนื้อหาและโครงสร้างเว็บให้ AI เข้าใจ ไม่ใช่การซื้อโฆษณา

ChatGPT Ads ราคาเท่าไร และคิดค่าโฆษณาแบบไหน

ไม่มีราคาตายตัวเพราะใช้ระบบประมูล วัตถุประสงค์แคมเปญมี 3 แบบ คือการเข้าถึงซึ่งคิดตามการแสดงผลแบบ CPM การคลิกซึ่งคิดตามคลิกที่นับเป็นคลิกจริงแบบ CPC และคอนเวอร์ชันซึ่งคิดแบบ oCPC ตามคลิกหรือ oCPM ตามการแสดงผลสำหรับบัญชีที่มีสิทธิ์ สำหรับแคมเปญ CPC เอกสาร OpenAI แนะนำให้เริ่มทดลองที่ราคาเสนอสูงสุดประมาณ 3 ถึง 5 ดอลลาร์สหรัฐต่อคลิก ซึ่งเป็นเพียงจุดตั้งต้น ไม่ใช่ราคาขั้นต่ำและไม่ใช่ราคาที่รับประกันว่าจะจ่ายจริง

ธุรกิจไทยจะเริ่มลงโฆษณา ChatGPT Ads ได้อย่างไร

สมัคร Ads Manager ด้วยบัญชี OpenAI กรอกข้อมูลนิติบุคคลและยืนยันธุรกิจ ตั้งค่าการเรียกเก็บเงิน จากนั้นสร้างแคมเปญ เลือกวัตถุประสงค์ กำหนดงบและพื้นที่ สร้างกลุ่มโฆษณาพร้อมคำแนะนำบริบท ใส่ภาพและหน้าปลายทาง ตั้งค่าการวัดผล แล้วส่งเข้ากระบวนการตรวจสอบ นอกจากทำเองยังเริ่มผ่านทีม Ads Solutions ของ OpenAI หรือผ่านเอเจนซี่และพาร์ทเนอร์ได้

ธุรกิจประเภทไหนลง ChatGPT Ads ได้ และมีธุรกิจอะไรที่ห้ามลง

ในระยะแรก OpenAI เน้นหมวดผู้บริโภค เช่น ไลฟ์สไตล์และของใช้ในบ้าน บริการในพื้นที่ ท่องเที่ยว สินค้าดิจิทัล และการศึกษา ส่วนธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับอย่างบริการทางการเงิน สุขภาพและการแพทย์ และบริการด้านกฎหมาย มีข้อจำกัดเพิ่มเติม อาจต้องผ่านการอนุมัติเป็นรายกรณีหรือยังไม่เปิดในบางตลาด หมวดที่ห้ามหรือจำกัดสูงรวมถึงการพนัน แอลกอฮอล์ ยาสูบ เนื้อหาทางเพศ โฆษณาทางการเมือง และโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิด ควรตรวจ OpenAI Ad Policies ฉบับล่าสุดก่อนสร้างแคมเปญ

ChatGPT Ads ทำ Lead Generation และวัด Conversion ได้หรือไม่

ได้ โดยพาผู้ใช้ไปยังหน้าปลายทางของตัวเอง แล้วใช้วัตถุประสงค์แบบคอนเวอร์ชันเพื่อให้ระบบ optimize ไปหาคนที่มีแนวโน้มทำ action ที่ต้องการ ต้องติดตั้งการวัดผลผ่าน Pixel และหรือ Conversions API ก่อนเริ่มยิง ข้อควรรู้จากการใช้งานจริงคือถ้าติดตั้งเฉพาะ Pixel ระบบอาจจับคู่คอนเวอร์ชันกลับไปหาคนที่คลิกโฆษณาไม่ได้ และจะขึ้นเตือนว่าเหตุการณ์ไม่มีข้อมูลผู้ใช้ ซึ่งกระทบการเรียนรู้ของอัลกอริทึม

ผู้ลงโฆษณาสามารถเห็นแชตหรือข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้หรือไม่

ไม่ได้ OpenAI ระบุว่าบทสนทนาของผู้ใช้ไม่ได้ถูกแชร์กับผู้ลงโฆษณา และไม่ได้ขายข้อมูลส่วนบุคคลให้ผู้ลงโฆษณา ผู้ใช้ยังควบคุมการปรับโฆษณาให้เหมาะกับตนเองได้ และการปิดฟังก์ชันนี้ไม่ได้แปลว่าจะไม่เห็นโฆษณาเลย เพราะยังมีโฆษณาที่อิงบริบทของบทสนทนาปัจจุบันได้ ควรมอง ChatGPT Ads ว่าเป็นโฆษณาที่อิงบริบทและเจตนา ไม่ใช่การที่ผู้ลงโฆษณาเข้าไปอ่านข้อความของผู้ใช้

ต้องเป็นบริษัทจดทะเบียนในไทยถึงจะลง ChatGPT Ads ได้ไหม

ตามที่ OpenAI ระบุ ธุรกิจที่มีสิทธิ์สามารถสมัคร Ads Manager ได้เอง โดยต้องกรอกข้อมูลนิติบุคคลและผ่านการยืนยันธุรกิจ ระบบจะขอข้อมูลนี้ระหว่างตั้งค่าบัญชี และการยืนยันที่ยังไม่เสร็จอาจทำให้โฆษณาถูกหยุดแสดงในภายหลัง จึงควรทำให้ครบตั้งแต่ต้น

โฆษณาต้องผ่านการตรวจสอบก่อนแสดงไหม

ต้องผ่าน โฆษณาจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบก่อนเริ่มแสดง และต้องเป็นไปตาม OpenAI Ad Policies ซึ่งมีหมวดที่ห้ามและหมวดที่จำกัดเพิ่มเติม ควรอ่านนโยบายฉบับล่าสุดก่อนสร้างแคมเปญ เพราะนโยบายยังมีการปรับระหว่างช่วงขยายตลาด

ถ้าตั้งงบไว้แล้วระบบใช้งบไม่หมด แปลว่าตั้งค่าผิดหรือเปล่า

ไม่จำเป็น งบรายวันคือเพดานไม่ใช่ยอดที่ต้องใช้ให้ครบ ในช่องทางที่เพิ่งเปิดและกลุ่มเป้าหมายยังแคบ ระบบอาจหาบทสนทนาที่เกี่ยวข้องได้ไม่มากพอ สิ่งที่ควรดูคือยอดใช้จ่ายจริงเทียบกับการแสดงผล ถ้าใช้งบไม่ถึงครึ่งติดต่อกันหลายวัน ให้กลับไปขยายคำแนะนำบริบทก่อนเพิ่มงบ

Related Insights

MARKETPLACE

YouTube Shopping ในไทยคืออะไร แบรนด์ควรเริ่มตรงไหน

YouTube Shopping เปิดในไทยโดยจับมือกับ Shopee ให้ครีเอเตอร์ติดสินค้าในคลิปแล้วรับค่าคอมมิชชั่น บทความนี้สรุปเงื่อนไขจริงและสิ่งที่แบรนด์ควรเตรียม

23 สิงหาคม 2569

MEDIA BUDGET

แบ่งงบ Facebook, Google และ TikTok ยังไง เมื่อไม่มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ

การแบ่งงบควรเริ่มจากพฤติกรรมของลูกค้าและหน้าที่ของแต่ละ Channel ไม่ใช่แบ่งเท่า ๆ กันทุก Platform บทความนี้ช่วยให้เห็นว่า Channel ไหนควรทำหน้าที่อะไรใน Funnel

15 สิงหาคม 2569

ให้ทีม Strategy วาง Scope ให้ชัดก่อนเริ่ม

ส่งข้อมูลธุรกิจและเป้าหมายให้ทีม Strategy ของ Triple A Marketing ทีมจะวิเคราะห์ Funnel ระบุจุดที่ควรแก้ และวาง Scope การทำงานให้ชัดก่อนเริ่ม