
เลือกเอเจนซี่การตลาดยังไงไม่ให้เสียเงินฟรี 7 ข้อที่ควรถามก่อนเซ็นสัญญา
7 คำถามที่ควรถามเอเจนซี่การตลาดก่อนเซ็นสัญญา พร้อมบอกว่าคำตอบแบบไหนคือสัญญาณอันตราย เขียนจากมุมของคนที่อยู่ในวงการ
12 สิงหาคม 2569
ไม่มีตัวเลข ROAS มาตรฐานที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ เพราะจุดคุ้มทุนขึ้นกับอัตรากำไรขั้นต้นของสินค้าคุณ วิธีหาคือเอา 1 หารด้วยอัตรากำไรขั้นต้น เช่นกำไรขั้นต้น 30 เปอร์เซ็นต์ จุดคุ้มทุนคือ ROAS 3.33 เท่า ต่ำกว่านี้คือขาดทุน สูงกว่านี้คือเริ่มมีกำไร ธุรกิจที่กำไรขั้นต้นสูงอย่างบริการหรือคอร์ส อาจคุ้มตั้งแต่ ROAS 1.5 เท่า ส่วนธุรกิจซื้อมาขายไปที่กำไรบางอาจต้องการ 5 เท่าขึ้นไป
เขียนโดย Itim Jirasuta Content Creator
เผยแพร่ 13 สิงหาคม 2569

คำถามที่เจ้าของธุรกิจถามบ่อยที่สุดเวลาคุยเรื่องโฆษณาคือ ROAS เท่าไหร่ถึงเรียกว่าดี
คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกคน และใครก็ตามที่ตอบเป็นตัวเลขเดียวโดยไม่ถามเรื่องกำไรของคุณก่อน แปลว่าเขากำลังเดา
ROAS คือรายได้ที่เกิดจากโฆษณา หารด้วยค่าโฆษณาที่จ่ายไป ถ้าจ่าย 10,000 บาทแล้วได้ยอดขาย 40,000 บาท ROAS เท่ากับ 4
แต่ยอดขาย 40,000 บาทไม่ใช่กำไร 40,000 บาท ต้นทุนสินค้ายังไม่ได้หัก จุดคุ้มทุนจึงต้องคำนวณจากกำไรขั้นต้น ไม่ใช่จากยอดขาย
สูตรคือ
ROAS จุดคุ้มทุน = 1 ÷ อัตรากำไรขั้นต้น
ลองแทนค่าดู
| อัตรากำไรขั้นต้น | ROAS ที่ทำให้เสมอตัว | ตัวอย่างธุรกิจ |
|---|---|---|
| 20% | 5.00 | ซื้อมาขายไป สินค้าแข่งราคา |
| 30% | 3.33 | ค้าปลีกทั่วไป |
| 50% | 2.00 | แบรนด์ที่ผลิตเอง |
| 70% | 1.43 | บริการ คอร์ส ซอฟต์แวร์ |
จากตารางจะเห็นว่า ROAS 3 เท่าอาจเป็นกำไรงามสำหรับธุรกิจหนึ่ง และเป็นการขาดทุนสำหรับอีกธุรกิจหนึ่ง ในเดือนเดียวกัน
ถ้ากำไรขั้นต้นของคุณอยู่ที่ 30 เปอร์เซ็นต์ แล้วเดือนนี้ได้ ROAS 3 เท่า แปลว่าคุณกำลังจ่ายเงินเพื่อทำงานเปล่า ยังไม่นับค่าจ้างทีมและค่าบริหารจัดการ
ROAS จุดคุ้มทุนที่คำนวณได้เป็นแค่จุดที่ ค่าโฆษณากับต้นทุนสินค้าเท่ากับรายได้ เท่านั้น ยังไม่ได้หัก
ถ้าอยากได้กำไรจริง ต้องตั้งเป้าสูงกว่าจุดคุ้มทุนพอสมควร วิธีที่ใช้ได้จริงคือคำนวณจุดคุ้มทุนก่อน แล้วบวกส่วนต่างที่ครอบคลุมต้นทุนดำเนินการของคุณเอง จากนั้นค่อยตั้งเป็นเป้าของแคมเปญ
เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ดีใจเวลาเห็น ROAS สูง ๆ แต่ตัวเลขที่สูงผิดปกติมักมาจากสองสาเหตุที่ไม่ได้ดีอย่างที่คิด
สาเหตุแรก โฆษณากำลังยิงใส่คนที่จะซื้ออยู่แล้ว เช่นแคมเปญที่ยิงใส่คนที่เคยซื้อไปแล้ว หรือคนที่ค้นหาชื่อแบรนด์คุณตรง ๆ ยอดขายกลุ่มนี้จำนวนมากอาจเกิดขึ้นอยู่ดีแม้ไม่ได้จ่ายค่าโฆษณา ระบบแค่มาเก็บเครดิตทีหลัง
สาเหตุที่สอง งบน้อยเกินไป เมื่องบจำกัด ระบบจะเลือกแตะเฉพาะกลุ่มที่มีโอกาสซื้อสูงที่สุดก่อน ROAS จึงสวย แต่ยอดขายรวมโตช้า พอเพิ่มงบเพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ ROAS จะลดลงเป็นธรรมชาติ
ROAS ที่ลดลงตอนขยายงบไม่ใช่ความล้มเหลวเสมอไป ถ้ากำไรรวมเป็นบาทยังเพิ่มขึ้น และยังอยู่เหนือจุดคุ้มทุน นั่นคือการเติบโตที่ถูกทาง คำถามที่ควรถามจึงไม่ใช่ ROAS ลดลงหรือเปล่า แต่คือกำไรรวมเพิ่มขึ้นหรือเปล่า
ROAS ทำงานได้ดีกับธุรกิจที่ปิดการขายจบบนออนไลน์และรู้ยอดทันที แต่ธุรกิจจำนวนมากไม่ได้เป็นแบบนั้น
อสังหาริมทรัพย์ คลินิก รถยนต์ งานติดตั้ง หรือธุรกิจที่ต้องนัดคุยก่อน มีช่องว่างระหว่างวันที่ลูกค้าคลิกโฆษณา กับวันที่เงินเข้าบัญชี ซึ่งอาจห่างกันเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน ระบบโฆษณาจึงมองไม่เห็นรายได้ก้อนนั้น
ธุรกิจกลุ่มนี้ควรวัดสามชั้นแทน
เมื่อรู้สามตัวนี้ คุณจะตอบได้ว่าโฆษณาชิ้นไหนคุ้ม โดยไม่ต้องรอให้ระบบโฆษณาบอก
ถ้าธุรกิจของคุณมีลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ การดู ROAS จากการซื้อครั้งแรกอย่างเดียวจะทำให้ตัดสินใจผิด
สมมติกำไรขั้นต้น 40 เปอร์เซ็นต์ จุดคุ้มทุนคือ ROAS 2.5 เท่า ถ้าแคมเปญได้ ROAS 2 เท่า ดูเผิน ๆ เหมือนขาดทุน แต่ถ้าลูกค้ากลุ่มนี้กลับมาซื้ออีกโดยเฉลี่ยสองครั้งภายในหนึ่งปีโดยไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาเพิ่ม มูลค่ารวมตลอดอายุลูกค้าจะเปลี่ยนคำตอบทันที
เงื่อนไขคือคุณต้องรู้ตัวเลขการซื้อซ้ำจริงของธุรกิจตัวเอง ไม่ใช่สมมติเอา ถ้ายังไม่มีข้อมูลนี้ ให้ยึดจุดคุ้มทุนจากการซื้อครั้งแรกไปก่อน แล้วค่อยขยับเป้าเมื่อมีข้อมูลพอ
ถ้าคุณยังไม่รู้อัตรากำไรขั้นต้นของตัวเอง นั่นคือสิ่งที่ควรหาให้เจอก่อนเพิ่มงบโฆษณา เพราะไม่ว่าจะยิงแอดเก่งแค่ไหน ถ้าไม่รู้ว่าจุดคุ้มทุนอยู่ตรงไหน ก็ไม่มีทางรู้ว่ากำลังทำกำไรหรือกำลังจ่ายเงินซื้อยอดขาย
ROAS วัดเฉพาะรายได้เทียบกับค่าโฆษณา ส่วน ROI วัดกำไรเทียบกับต้นทุนทั้งหมดซึ่งรวมต้นทุนสินค้า ค่าจ้างทีม ค่าบริการเอเจนซี่ และค่าดำเนินการอื่น ROAS 4 เท่าจึงไม่ได้แปลว่ากำไร 4 เท่า และธุรกิจที่ดู ROAS อย่างเดียวโดยไม่ดูต้นทุนรวม อาจขายได้เยอะขึ้นแต่กำไรลดลง
ไม่เสมอไป ROAS ที่สูงผิดปกติมักมาจากการยิงแอดใส่คนที่จะซื้ออยู่แล้ว เช่นคนที่เคยซื้อไปแล้วหรือคนที่ค้นหาชื่อแบรนด์ตรง ๆ ซึ่งเป็นยอดขายที่อาจเกิดขึ้นอยู่ดีแม้ไม่ยิงแอด อีกกรณีคือใช้งบน้อยเกินไปจนแตะเฉพาะกลุ่มที่พร้อมซื้อที่สุด พอเพิ่มงบเพื่อขยายฐานลูกค้า ROAS จะลดลงเป็นเรื่องปกติ
วัดได้ไม่ตรงนัก เพราะรายได้ไม่ได้เกิดบนเว็บให้ระบบโฆษณาเห็น ธุรกิจกลุ่มนี้เช่นอสังหาริมทรัพย์ คลินิก หรืองานที่ต้องนัดคุยก่อน ควรวัดที่ต้นทุนต่อ Lead ที่มีคุณภาพ และอัตราการปิดการขายจาก Lead แต่ละช่องทางแทน แล้วค่อยคำนวณย้อนกลับว่าต้นทุนต่อลูกค้าหนึ่งรายอยู่ที่เท่าไร

7 คำถามที่ควรถามเอเจนซี่การตลาดก่อนเซ็นสัญญา พร้อมบอกว่าคำตอบแบบไหนคือสัญญาณอันตราย เขียนจากมุมของคนที่อยู่ในวงการ
12 สิงหาคม 2569

Gen Beta คือคนที่เกิดตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป ซึ่งตอนนี้ยังเป็นเด็กเล็ก บทความนี้อธิบายว่าเรื่องนี้กระทบธุรกิจตรงไหนจริง ๆ และควรลงแรงกับใครก่อน
23 สิงหาคม 2569

วิธีหาไอเดียธุรกิจที่ไม่ได้จบแค่ถามว่าชอบอะไร แต่เช็กตั้งแต่ต้นว่ามีคนกำลังหาสิ่งนี้อยู่จริงไหม ก่อนลงเงินก้อนแรก
23 สิงหาคม 2569
ส่งข้อมูลธุรกิจและเป้าหมายให้ทีม Strategy ของ Triple A Marketing ทีมจะวิเคราะห์ Funnel ระบุจุดที่ควรแก้ และวาง Scope การทำงานให้ชัดก่อนเริ่ม
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อวิเคราะห์การใช้งานและวัดผลโฆษณา คุณเลือกปฏิเสธได้โดยยังใช้งานเว็บได้ตามปกติ อ่านนโยบายความเป็นส่วนตัว